
ข่าว
Crimson Desert ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของแนวเกม
G
George Yang
"ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับหลักปรัชญาการออกแบบ" Will Powers ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของ Pearl Abyss กล่าว "ทุกครั้งที่เราพูดคุยกับทีมพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขามักจะเน้นย้ำเรื่องการสร้างคอนเทนต์ภายในเกมและยึดหลักการที่ว่าจะต้องสร้างสิ่งที่สนุก และไม่ใช่แค่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องถักทอและวางโครงสร้างอย่างเป็นระบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโลกในเกมด้วย"
จริงอยู่ที่การชนะงัดข้ออาจไม่ได้มอบรางวัลอะไรให้คุณ แม้แต่เงินรางวัลก็ไม่มี แต่ถามว่ามันสร้างความบันเทิงได้หรือไม่ คำตอบคือแน่นอนที่สุด
การค้นหาตัวตน
Crimson Desert เปิดตัวครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ในฐานะเกมออนไลน์แบบผู้เล่นจำนวนมาก (MMO) เกมใหม่ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้าของ Black Desert Online เกม MMO อีกเกมของ Pearl Abyss แต่หลังจากนั้น Crimson Desert ได้เปลี่ยนแนวทางมาเป็นเกมแอ็กชันผจญภัยแบบผู้เล่นคนเดียว

เรื่องราวของ Crimson Desert เกิดขึ้นในทวีปสมมติที่มีชื่อว่า Pywel กลุ่มโจรป่า Black Bear เข้าโจมตี Kliff และสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้าง Greymane เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และ Crimson Desert จะบอกเล่าการเดินทางหลังจากนั้นของ Kliff เพื่อกลับไปรวมกลุ่มกับผู้รอดชีวิตที่เหลือเพียงน้อยนิด แม้ผมจะได้สัมผัสประสบการณ์แค่ไม่กี่บทแรก แต่ผมรู้สึกว่าเนื้อเรื่องที่แท้จริงคือเรื่องราวที่คุณสร้างให้ Kliff ภายในโลกโอเพนเวิลด์ขนาดยักษ์นี้ ทุกภารกิจเสริมที่ทำสำเร็จและทุกดันเจี้ยนที่เข้าไปสำรวจจะช่วยเติมเต็มตำนานของเขา ในการสัมภาษณ์เมื่อเดือนก่อนกับทีมนักพากย์ของเกม Alec Newman ผู้ให้เสียง Kliff ตั้งข้อสังเกตว่าการได้เฝ้าดูการเติบโตของ Kliff นั้นช่างพิเศษเหลือเกิน
ตลอดการเดินทางสี่ชั่วโมงในช่วงต้นของ Crimson Desert ผมสังเกตเห็นความคล้ายคลึงกับเกมอย่าง The Legend of Zelda และ Assassin's Creed ตัวอย่างเช่น Axiom Force เป็นพลังจิตที่ช่วยให้ Kliff ตัวเอกของ Crimson Desert สามารถโต้ตอบและเคลื่อนย้ายกล่องไปมาได้อย่างลื่นไหลเพื่อแก้ปริศนา ซึ่งคล้ายกับสกิล Magnesis ของ Link ใน The Legend of Zelda: Breath of the Wild Kliff สามารถปีนป่ายไปตามพื้นผิวต่างๆ ได้เหมือน Link พร้อมแถบค่าความเหนื่อยที่เด้งขึ้นมาบอกว่าเขาเหลือแรงเท่าไหร่
ภายใต้องค์ประกอบเหล่านี้ คุณยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดั้งเดิมของความเป็น MMO ใน Crimson Desert ได้เป็นระยะ ตัวอย่างเช่น การควบคุมดูซับซ้อนอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับเกมอื่นในแนวเดียวกัน อย่างน้อยก็เมื่อใช้คอนโทรลเลอร์ เมื่อผมต้องการโต้ตอบกับ NPC ผมต้องกดปุ่ม Left Shoulder ค้างไว้แล้วเลือกยืนยัน แทนที่จะแค่เดินเข้าไปแล้วกดปุ่มยืนยันเมื่อมีคำสั่งขึ้นมา อาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะคุ้นเคยกับเอกลักษณ์สไตล์ MMO ของ Crimson Desert แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครดี
อย่างไรก็ตาม Crimson Desert ได้รับประโยชน์อย่างมากจากรากฐานความเป็น MMO เกมนี้โดดเด่นด้วยความอิสระและโลกขนาดมหึมา พร้อมระบบนับไม่ถ้วนที่วิวัฒนาการมาเพื่อให้เข้ากับเกมผู้เล่นคนเดียว ตัวอย่างหนึ่งคือระบบเศรษฐกิจภายในเกม ในเกม MMO ระบบเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตามการกระทำของผู้เล่นเป็นหลัก แต่ใน Crimson Desert ระบบเศรษฐกิจในเกมจะปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติตามกาลเวลาเพื่อจุดประสงค์ในการซื้อขาย

"ระหว่างการพัฒนา มีทั้งสิ่งที่เวิร์กและไม่เวิร์ก คุณต้องเลือก ว่าจะผลักดันคอนเซปต์และขอบเขตดั้งเดิมของเกมต่อไป หรือจะปล่อยให้อุปสรรคเหล่านั้นกลายเป็นโอกาสในการเปลี่ยนทิศทางและปล่อยให้เกมนี้เติบโตในแบบของมันเอง" Powers อธิบาย "ชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออย่างหลัง และ Crimson Desert ก็วิวัฒนาการตามธรรมชาติจนกลายเป็นเกมในแบบของตัวเองในฐานะเกมแอ็กชันผจญภัยโอเพนเวิลด์แบบผู้เล่นคนเดียว"
ผสมผสานอดีตและอนาคต
เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Black Desert Online เกม Crimson Desert มีความเป็นไซไฟผสมอยู่ในฉากแฟนตาซีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุโรปยุคกลางเป็นส่วนใหญ่ หน้าจอโหลดเกมชวนให้นึกถึง Assassin's Creed Shadows ซึ่งมีบล็อกเรขาคณิตที่เป็นตัวแทนของ Animus เครื่องสร้างโลกเสมือนจริงในจักรวาลเกมที่ทำให้การข้ามยุคสมัยใน Assassin's Creed เป็นไปได้ ใน Crimson Desert หน้าจอโหลดเกมคือการอ้างอิงถึง Abyss พื้นที่ต่างมิติที่เก็บซ่อนความลับมากมายเอาไว้
"นั่นเป็นการอ้างอิงเชิงศิลปะที่เราตั้งใจทำ เพื่อให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างองค์ประกอบเรขาคณิตกับธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นปัจจัยแยกแยะระหว่าง Abyss ที่ลึกลับกับโลกธรรมชาติ" Powers กล่าว ความแตกต่างนั้นเป็นหนึ่งในความลึกลับของโลก Crimson Desert และเป็นสิ่งที่ผู้เล่นจะได้ค้นพบและสำรวจตลอดการเดินทาง
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับฉากยุคกลางที่เป็นธีมหลักของ Crimson Desert คือการปรากฏตัวของเครื่องจักรและหุ่นยนต์ ในเมื่อ Kliff สามารถขี่หลังมังกรตัวมหึมาได้ แล้วหุ่นยนต์มาทำอะไรที่นี่ Pearl Abyss พยายามขายความแฟนตาซีเหนือจินตนาการ ไม่ใช่เกมที่อิงประวัติศาสตร์และสมจริงแบบ Kingdom Come: Deliverance

ในแง่นั้น Crimson Desert จะคล้ายกับ FINAL FANTASY XVI มากกว่า ซึ่งมีฉากหลังที่ดูสมจริงแต่มีองค์ประกอบที่หลุดโลก โดยเฉพาะในฉากต่อสู้ "นั่นอาจเป็นท่ายกทุ่มแบบมวยปล้ำที่ทำให้คุณรู้สึกทรงพลังมากจนเกือบจะดูตลก ซึ่งฉีกคุณออกจากความสมจริงไปสู่ความแฟนตาซี" Powers กล่าว "ความแตกต่างนั้นน่าสนใจจริงๆ ในมุมมองของผู้เล่นและทำให้การต่อสู้ดึงดูดใจ"
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าองค์ประกอบไซไฟมีต้นกำเนิดมาจาก Abyss และภูมิภาค Delica ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์ของ Pywel หุ่นยนต์เป็นผลผลิตจากเครื่องจักรของคนแคระและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของ Delica แต่ภูมิภาคอื่นๆ ก็มีจุดยืนทางปรัชญาและภูมิรัฐศาสตร์เป็นของตัวเอง ตัวอย่างเช่น Demeniss เป็นจุดศูนย์กลางของสงครามและการเมือง ในขณะที่ Crimson Desert ดินแดนไร้กฎหมาย (และเป็นชื่อเกม) เป็นพื้นที่เปิดกว้าง Pearl Abyss พยายามสร้างโลกที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆ
"การต่อสู้ดิ้นรนระหว่างฝ่ายต่างๆ ภายในโลกนั้นน่าสนใจจริงๆ" Powers อธิบาย "นั่นคือจุดที่ไซไฟเข้ามาผสมผสานกับโลกแฟนตาซีของเรา ผ่านจุดยืนที่แตกต่างกันในเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของแต่ละวัฒนธรรม"
ก้าวข้ามขีดจำกัด
Pearl Abyss ยืนกรานมาโดยตลอดว่า Crimson Desert ไม่ใช่เกม RPG เกมนี้ไม่มีกลไกทั่วไปของแนวเกมนี้อย่างค่าประสบการณ์หรือระบบเลเวล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Crimson Desert จะไม่มีองค์ประกอบของ RPG เลย จริงๆ แล้วมีเยอะมาก เมื่ออัปเกรดทักษะอย่าง Axiom Force หรือเพิ่มความอึดและความสามารถอื่นๆ ของ Kliff คุณจะต้องใช้ Abyss Artifact ซึ่งทำหน้าที่เป็นแต้มสกิล คุณสามารถรับ Abyss Artifact ได้ผ่านการทำภารกิจและเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่ง รวมถึงจากการออกสำรวจทั่วไป เกมจูงใจให้คุณค้นทุกซอกทุกมุมของ Pywel แทนที่จะไล่ตบศัตรูอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพื่อเก็บค่าประสบการณ์เหมือนในเกม RPG แบบดั้งเดิม
"เราต้องการสื่อสารความคาดหวังที่เหมาะสมให้กับผู้เล่น และวิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัด Crimson Desert ให้อยู่ในหมวดหมู่ที่ตรงกับความคาดหวังจากเกมที่พวกเขาเคยเล่นมาในอดีต" Powers อธิบาย "ความยากอยู่ที่ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของเกมนี้ มีระบบต่างๆ มากมายที่ฝังอยู่ใน DNA ของเกมซึ่งตอนนี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของแนวเกมไปแล้ว"

Pearl Abyss ยังชี้แจงด้วยว่า Crimson Desert เป็นเกมระดับพรีเมียมเต็มรูปแบบ ซึ่งจะไม่มีระบบการจ่ายเงินซื้อในเกม และยังไม่มีแผนที่จะทำระบบผู้เล่นหลายคนในอนาคต ความสับสนส่วนหนึ่งอาจมาจากชื่อ Crimson Desert ที่คล้ายกับ Black Desert Online ถึงกระนั้น Pearl Abyss ก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนชื่อ Crimson Desert หลังจากเปลี่ยนทิศทางจาก MMO ที่ตั้งใจไว้แต่เดิม
"มีความคล้ายคลึงกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลูกเล่นหรือระบบการเล่นที่คนจะพบว่าคล้ายกันระหว่างสองเกมนี้" Powers กล่าว "และนั่นคือเหตุผลหนึ่งที่เราตัดสินใจเก็บคำว่า 'Desert' ไว้ เหมือนกับว่านี่คือแฟรนไชส์ 'Desert'" Black Desert Online ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้ที่ลื่นไหลและเน้นแอ็กชัน ซึ่ง Crimson Desert ก็มีสิ่งนั้นเช่นกัน เพียงแต่สร้างมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เกมหนึ่งสำหรับคนที่ชอบเล่นคนเดียว และอีกเกมสำหรับคนที่ชอบเล่นหลายคน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้สร้างตัวตนที่แข็งแกร่งขึ้นในวงการวิดีโอเกมต่างประเทศด้วยเกมผู้เล่นคนเดียวสุดฮิตอย่าง Stellar Blade ของ SHIFT UP และ Lies of P ของ Round8 ตอนนี้ถึงคราวของ Pearl Abyss บ้างแล้ว โดยบริษัทรุ่นก่อนหน้าได้ปูรากฐานสำหรับการเปิดตัว Crimson Desert และขยายฐานแฟนเกมเกาหลีใต้ไปสู่กลุ่มผู้ชมใหม่ๆ "นี่เป็นเกมระดับรุ่นพี่ ไม่ใช่ความพยายามของมือสมัครเล่นแต่อย่างใด" Powers อธิบาย "ผมคิดว่าบริษัททั้งหมดนี้ได้เริ่มเดินนำร่องไปแล้ว เพื่อให้ Crimson Desert สามารถวิ่งต่อได้อย่างสง่างาม"
Crimson Desert จะวางจำหน่ายในวันที่ 19 มีนาคม หากคุณซื้อ Crimson Desert ล่วงหน้าบน Epic Games Store คุณจะได้รับเครื่องแต่งกาย Kliff ใน Fortnite เมื่อเกมเปิดตัว