
FINAL FANTASY VII REMAKE INTERGRADE พร้อมให้เล่นบน Epic Games Store ในวันที่ 16 ธันวาคม

Square Enix เพิ่งประกาศในงานรางวัล Game Awards ว่า FINAL FANTASY VII REMAKE INTERGRADE จะพร้อมให้เล่นบน PC แล้ว โดยเกม RPG สุดคลาสสิกนี้ที่พัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นและเปิดตัวใน PlayStation 4 และ PlayStation 5 จะวางจำหน่ายบน Epic Games Store วันที่ 16 ธันวาคม สัปดาห์หน้านี้แล้ว!
FINAL FANTASY VII REMAKE INTERGRADE รวมเกมภาคหลักและ FF7R EPISODE INTERmission DLC เข้าด้วยกันในแพ็คเกจเดียว ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเมือง Midgar ที่เต็มไปด้วยตึกสูงตระหง่าน ขณะที่ Cloud Strife และพวกพ้องออกรบเพื่อหยุดยั้งบริษัท Shinra จากการดูดพลังงานจากโลก
นี่ไม่ใช่การรีมาสเตอร์ แต่เป็นการนำเกมภาคแรกมาสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น แทนที่จะทำเกมใหม่หมดยกเครื่อง ผู้พัฒนาได้พุ่งโฟกัสทั้งหมดไปกับเมือง Midgar จนกลายมาเป็นเกมของตัวเองที่ให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจ

Yoshinori Kitase โปรดิวเซอร์ของ FINAL FANTASY VII REMAKE อธิบายเหตุผลไว้ว่า "การได้สร้างตอนสำหรับเมือง Midgar ในแบบที่ลงรายละเอียดตามแฟนเกมในยุคนี้คาดหวังไว้นับเป็นเรื่องที่ดีมากครับ ถ้าเราจะรีเมคเกมเดิมทั้งหมดในคราวเดียว เราก็คงต้องปรับลดส่วนต่างๆ ลง และทำให้ลงรายละเอียดอย่างลึกซึ้งไม่ได้
"การปรับขอบเขตของตอนให้โฟกัสไว้ที่เมือง Midgar ทำให้เราสามารถบรรยายเนื้อเรื่องที่ชัดเจนขึ้น แสดงภาพเมืองที่ลงรายละเอียดได้มากขึ้น และเพิ่มความสมจริงให้กับการแสดงออกของตัวละครมากยิ่งขึ้น"
ฟังดูขัดแย้ง แต่ขอบเขตที่จำกัดทำให้เราเล่าเรื่องได้มากขึ้น ทุกตัวละครใน Avalanche อย่างทีมทหารรับจ้างของ Cloud มีเนื้อเรื่องเบื้องหลังเพิ่มขึ้นแล้ว ทั้งบทจะโฟกัสอยู่กับตัวละครรองในภาคก่อน คุณจะได้ทำความรู้จัก ทั้งนิสัยใจคอ ไปจนถึงครอบครัวของพวกเขา แต่ถึงจะเป็นเมืองที่ขยับขยายขึ้นอย่างมาก แฟนเกมหน้าใหม่ก็จะไม่พลาดประสบการณ์คลาสสิกของเกมนี้
"ผมมองว่าแฟนๆ ไม่ได้อยากให้เรายืมโลกของ FINAL FANTASY VII มาชุบชีวิตให้กลายเป็นรีเมคแบบใหม่หมดครับ" ผู้กำกับร่วม Naoki Hamaguchi อธิบาย "และแฟนๆ ก็ไม่อยากให้เราเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ชื่นชอบกันอยู่แล้ว (เช่น ตัวละคร ความรู้สึกของโลก และเรื่องราวที่เชื่อมองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือในแง่ของการต่อสู้ อย่างระบบการต่อสู้แบบ ATB และระบบ Materia) แต่ผมรู้สึกว่าแฟนๆ อยากให้เรานำข้อได้เปรียบจากอิสระในการสร้างสรรค์นอกกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มากับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการดีไซน์เกมในช่วง 20 กว่าปีนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเกมให้เป็นอะไรที่ดึงดูดผู้เล่นเกมในปัจจุบัน
"ดังนั้น แม้แต่ผู้ที่ไม่เคยเล่น FINAL FANTASY ภาคดั้งเดิมก็จะได้สัมผัสกับเรื่องราวอันหักมุมเหมือนเดิม และสัมผัสความรู้สึกเดิมที่นำเสนอในภาคดั้งเดิม และผมเชื่อว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้แฟนๆ จดจำเกมนี้เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนความบันเทิงที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นครับ"
นับเป็นองก์ที่ครบรสและลงตัว เสริมด้วยความเป็นเอกลักษณ์แห่ง FINAL FANTASY สำหรับ Hamaguchi แล้ว การสังเกตและใส่ใจกับมินิเกมคือเรื่องที่สำคัญมาก
"พอคุณนึกถึง FINAL FANTASY VII ภาคดั้งเดิม ความเป็นเกมที่เต็มไปด้วยมินิเกมมากมายก็จะแวบขึ้นมาในหัวเลยครับ" เขากล่าว "เราจึงเข้าใจดีว่าแฟนๆ จะคาดหวังที่จะได้เล่นมินิเกมเหล่านี้ในภาค REMAKE ด้วยเช่นกัน มินิเกมจากภาคดั้งเดิม โดยเฉพาะมินิเกมขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่าตามทางด่วนและ Fort Condor ได้รังสรรค์ออกมาด้วยใจและลงรายละเอียดอย่างประณีต รวมถึงแนวทางในการวางมุมมองเชิงสร้างสรรค์ด้วย ซึ่งแปลว่ามินิเกมจะเต็มไปด้วยองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้คนที่เคยเล่นภาคดั้งเดิมยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว เราจะยังคงคอนเซปต์นี้ไว้ในตอนต่อไป ผมจึงหวังว่าคุณจะตั้งตารอดูรีเมคของมินิเกมอื่นๆ จากภาคดั้งเดิมนะครับ"

แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย ระบบการต่อสู้แบบใหม่จะเป็นแบบเรียลไทม์ เทียบกับการต่อสู้แบบผลัดกันในภาคดั้งเดิม และคุณจะสามารถสลับสมาชิกทีมได้เลย ระบบนี้จะโกลาหลยิ่งกว่าการต่อสู้แบบใช้เมนูของภาคดั้งเดิม แต่สร้างมาเพื่อการต่อสู้ที่ยืดหยุ่นและลื่นไหลเป็นธรรมชาติ นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดยิ่งขึ้นใน DLC ที่รวมอยู่ด้วย FF7R EPISODE INTERmission DLC เพิ่ม Yuffie เข้ามาเป็นตัวละครที่เล่นได้ ความมั่นใจและโผงผางของเธอได้รับการสำรวจในสองบทเต็มๆ ของการเล่นเกมที่เพิ่มเข้ามา และสะท้อนถึงการต่อสู้สไตล์นินจา การเพิ่มตัวละครนี้เข้ามาเปิดโอกาสให้ทีมนักพัฒนาเกมได้ทดลอง
"ในแง่ของการดีไซน์เกม เราได้พัฒนาการต่อสู้จนรู้สึกเหมือนว่าการต่อสู้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ เมื่อเทียบกับการต่อสู้แบบ ATB จากภาคดั้งเดิม" Hamaguchi อธิบาย "แน่นอนครับว่าเราพอใจกับระบบการต่อสู้ใน FINAL FANTASY VII REMAKE แต่เราอยากรู้ว่าจะหาทางเติมแต่งประสบการณ์แบบใหม่ให้ระบบการต่อสู้ผ่านแนวทางใหม่ๆ และเสริมความร่วมมือระหว่างทีมในปาร์ตี้ได้ไหม การรวมองค์ประกอบใน FF7R EPISODE INTERmission ที่ Yuffie กับ Sonon ประสานพลังกันทำให้ต่อสู้ถูกปรับเปลี่ยนให้รู้สึกถึงกลยุทธ์อีกแบบ และผมคิดว่าเราได้แสดงสายสัมพันธ์ระหว่าง Yuffie และ Sonon ผ่านการใช้กลยุทธ์ที่แฝงอยู่ในระบบการเล่นครับ แน่นอนว่าผมอยากต่อยอดองค์ประกอบการร่วมต่อสู้ที่เราได้ลองใน FF7R EPISODE INTERmission กับเกมต่อไปเช่นกันครับ"

FINAL FANTASY VII REMAKE INTERGRADE จะพร้อมให้เล่นบน Epic Games Store ในวันที่ 16 ธันวาคม Kitase ตื่นเต้นพอๆ กับเราและอยากให้คุณได้สัมผัสกับตัวเกม เขากล่าวว่า "ผมรู้สึกว่าผู้ใช้ Epic Games Store เป็นหนึ่งในผู้เล่นกลุ่มที่ทันสมัยและกระตือรือร้นที่สุด แม้แต่ในหมู่ผู้เล่นเกม PC ด้วยกัน FINAL FANTASY VII REMAKE เป็นเกมที่มีความละเอียดลึกล้ำมากมายที่ตอบสองต่อความคาดหวังของผู้เล่นกลุ่มนี้ ผมจึงหวังว่าพวกเขาจะตั้งตารอสัมผัสกับเกมนี้ครับ!"