
บทความ
Miles Jacobson ของ Football Manager 2024 พูดถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเกมวางแผนทีมฟุตบอล
P
Phil Iwaniuk
"มันเหมือนกับการชมการแสดงที่เวสต์เอ็นด์เลย คุณจะได้เห็นช่วงต่างๆ ในเส้นทางสายอาชีพของเธอ ผ่านโครงสร้างการแสดงเป็นเส้นเรื่องตลอดชีวิตของเธอ แล้วคุณก็จะได้คิดว่าเธอปรับตัวมาแล้วกี่ครั้งกันนะ เธอต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับคนหมู่มากมาแล้วกี่ครั้ง"
ในฐานะแฟนตัวยงของ Football Manager 2024 ฉันไม่สามารถปะติดปะต่อได้โดยทันทีว่าราชินีแห่งเพลงป๊อปกับซีรีส์เกมของ SI ที่เข้าสู่ทศวรรษที่สี่ของการเป็นเกมวางแผนจัดการระบบของทีมกีฬาที่ไร้ใครเทียบจะมีอะไรที่เหมือนกัน แต่หลังจากการพูดคุยกัน ก็เห็นแล้วว่าความท้าทายที่ทั้งสองฝั่งต้องเจอนั้นชัดเจน นั่นคือ ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็ตายหายไป
คนที่ไม่ได้เห็นอะไรมามากนักหรือมุ่งตัดสินคงไม่เห็นว่า Football Manager ผ่านการปรับโฉมด้วยนวัตกรรมสุดล้ำอย่างต่อเนื่องมานักต่อนักแล้ว ตัวเกมมีหลักการและการนำเสนอที่ถ่ายทอดลักษณะของซีรีส์ Championship Manager ที่เปิดตัวในปี 1992 อย่างชัดเจน คุณควบคุมสโมสร เซ็นสัญญานักเตะ วางแผนการเล่น และดูว่าการตัดสินใจของคุณเป็นอย่างไรในนัดเตะจำลอง
แต่การที่จะรักษามาตรฐานให้สูงอยู่เสมอเหมือนกับโรนัลดินโญ่ในโฆษณา Nike ระดับตำนาน ซึ่งก็เป็นตัวสตูดิโอเองต่างหากที่ต้องปรับตัว ขนาดและโครงสร้างของ SI และกระบวนการและไปป์ไลน์ คือจุดที่คุณจะได้เห็นการคิดค้นใหม่ตามไทม์ไลน์แบบเดียวกับ Madonna ด้วยคำมั่นสัญญาของ Football Manager 2025 ในการพัฒนาก้าวกระโดดไปข้างหน้า ในโลกของเกมที่เปิดตัวเป็นประจำทุกปีนี้ ฟีเจอร์ใหม่น่าตื่นตาของ FM24 คือคำประกาศที่แสดงว่า SI ปรับตัวได้ดีแค่ไหน นี่เป็นเรื่องที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อเห็นว่าบางส่วนของคอมมิวนิตีมองว่า FM23 ดูฟอร์มตกอย่างชัดเจน

"ใน Football Manager 2023 ฟีเจอร์ที่มียังไม่ตอบโจทย์แฟนฟุตบอลระดับฮาร์ดคอร์ครับ" Jacobson กล่าว "เราตอบโจทย์ให้กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้ไม่ครอบคลุมพอครับ" SI จำแนกกลุ่มผู้เล่น FM ออกเป็นหกกลุ่มหลักด้วยกัน "ซึ่งก็มีเหตุผลอยู่ หลักๆ แล้วก็คือทำออกมาไม่ดีแหละครับ มีบางอย่างที่เราก็วางแผนไว้และไม่ได้ลงมือกัน ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
"เป็นเพราะผมครับ อะไรก็ตามที่ผิดพลาด เป็นเพราะผมเอง"
ไม่แปลกอะไรที่ได้เห็น Jacobson ออกตัวรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของ SI และยกย่องทีมเมื่อประสบความสำเร็จ นี่คือสตูดิโอที่จำลองทุกข้อเท็จจริงของวงการฟุตบอล ซึ่งรวมถึงบทสัมภาษณ์เจาะลึกหลังแข่งเสร็จที่ผู้จัดการเสียงอ่อนและสวมแจ็กเก็ต Stone Island จะปกป้องนักเตะหลังจากแข่งแพ้โดยการยอมรับว่ามีความผิดพลาดทางเทคนิค แล้วจึงสรรเสริญผู้เล่นไม่หยุดหลังจากชนะในอีกนัดแข่งหลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
FM23 ไม่ได้เป็นเกมที่แย่เลย ตัวเกมยังคงเสน่ห์จับใจไม่เปลี่ยน การจำลองระบบนิเวศของวงการฟุตบอลทั้งหมดแบบลงรายละเอียดขั้นสุดในระดับที่ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ พร้อมการถ่ายทอดนักเตะเยาวชนออกมาอย่างแม่นยำ การต่อรองกับเอเจนต์ที่ชวนใจสลาย และเรื่องราวอีกมากมาย ตั้งแต่กองกลางบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ไปจนถึงเหตุการณ์ Brexit คำวิจารณ์จากผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวก แต่ Jacobson ชี้ให้เห็นว่า 13% เป็นคำวิจารณ์เชิงลบ
"หลายคนมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจจริงๆ ครับ เพราะเราไม่ได้มอบสิ่งที่พวกเขามองหาจากตัวเกม เราจึงทำทุกทางเพื่อให้ Football Manager 2024 คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างถี่ถ้วน
"เรามีรายงานสรุปประเด็น 1 แผ่นสำหรับแต่ละฟีเจอร์ทันทีที่ตกลงกัน รายงานแผ่นนี้จะต้องบอกได้ว่ากลุ่มเป้าหมายต่างๆ จะเพลิดเพลินกับฟีเจอร์นี้ได้อย่างไร และไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายครบทั้งหกกลุ่ม ถ้ามีฟีเจอร์ที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมายแล้วสามกลุ่ม และอีกฟีเจอร์ที่เข้ากับอีกสามกลุ่มเป้าหมายที่เหลือ นั่นก็นับว่าเยี่ยมแล้วครับ"
การเปลี่ยนแปลงใน SI ในช่วงปีที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่การแบ่งกลุ่มลูกค้าเท่านั้น ทางสตูดิโอก็เคยทำงานตามขั้นจากบนสู่ล่างเหมือนกับวงการเกมในวงกว้าง นั่นคือ มีหนึ่งทีมสร้างคอมโพเนนต์ของเกมจนเสร็จ และส่งต่อให้ทีมต่อไป ไปเรื่อยๆ จนได้ผลงานที่เสร็จสิ้น
สตูดิโอเริ่มผละจากการทำงานตามขั้นจากบนสู่ล่าง และไปสู่การพัฒนาแบบเอไจล์สำหรับเกมแบบบริการออนไลน์ เป็นแนวคิดที่ว่าผู้มีส่วนได้เสียจากทีมต่างๆ ได้ย้อนกลับมาดูผลงานแบบภาพใหญ่และพัฒนาใหม่ไปด้วยกัน แทนการมัวแต่รออีกฝ่าย ทีมร่วมงานกันตั้งแต่การพัฒนาตัวเกมแบบพื้นฐานตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วจึงต่อเติมจากตรงจุดนั้น สำหรับบางสตูดิโอ สิ่งนี้หมายถึงการปล่อยเกมสู่ตลาดตั้งแต่เนิ่นๆ จากนั้นก็อัปเดตแพทช์และขยายตัวเกมเรื่อยๆ นับจากจุดที่ลูกค้าซื้อ แต่ Football Manager ไม่ได้ทำแบบนั้น

แฟนเกมคิดว่าตัวเกมที่ซื้อคือตัวเกมที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว นับตั้งแต่วันแรกที่ซื้ออยู่แล้ว FM ไม่ได้เป็นตัวเกมแบบบริการออนไลน์ FM เป็นเกมแบบเล่นคนเดียวมาเนิ่นนานกว่าสี่ทศวรรษ และวางจำหน่ายผ่านสื่อที่จับต้องได้ อย่างเคส DVD หรือเกม PC ที่วางจำหน่ายในกล่องขนาดใหญ่แสนงดงามที่ใช้ทำอะไรไม่ได้ ผมไม่แน่ว่าฐานแฟนคลับของ FM อาจมองว่าการเล่นระหว่างพัฒนา หรือการสมัครรับเนื้อหารายเดือนขัดกับสิ่งที่แฟรนไชส์ยึดมั่น
แต่ Jacobson และทีมของเขาก็สามารถใช้องค์ประกอบของการพัฒนาเกมแบบเอไจล์อยู่ดี จนได้เป็นไปป์ไลน์การพัฒนาเกมแบบไฮบริดที่เลี่ยงกับดักของการทำงานตามแบบจากขั้นบนลงมา
"ตอนนี้เรามีทีม Feature Pod ที่ทำงานแบบเอไจล์ด้วย แต่ก็ใช้วิธีทำงานในแบบฉบับของเราเองด้วยครับ ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นฟีเจอร์เกมเพลย์ ซึ่งเกมเพลย์สำหรับเราคือการย้ายทีม การเงิน แล้วก็เรื่องอะไรทำนองนั้น เราจะต้องมีโปรแกรมเมอร์ด้านเกมเพลย์สักหนึ่งถึงสองคนใน Feature Pod [และ] ต้องมีโปรแกรมเมอร์ UI ใน Feature Pod หนึ่งคน"
"ถ้าต้องใช้ UI ก็จะต้องมีดีไซเนอร์สำหรับฟีเจอร์นั้น ก็คงต้องมี UI ดีไซเนอร์ในนั้นด้วย ต้องมีโปรดิวเซอร์ในนั้น แล้วก็มี QA สำหรับ Feature Pod โดยตรงที่ทำงานด้วยกันเป็นทีมในสปรินท์ยาวสองสัปดาห์"
ทีมจะดูว่าต้องเวลาใช้กี่สปรินท์เพื่อทำฟีเจอร์ให้เสร็จและปรับไทม์ไลน์การพัฒนาเกมโดยรวมให้สอดคล้องกัน เมื่อมีความสมดุลในแนวการทำงานแบบไฮบริด FM24 ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันได้ผล เสียงตอบรับจากคอมมิวนิตีล้วนเป็นไปในเชิงบวกเมื่อเห็นรายการฟีเจอร์ใหม่ยาวเหยียด ตั้งแต่ศึกการย้ายทีมที่ยกเครื่องใหม่ การสร้างลูกตั้งเตะ และจุดประสงค์ของนักเตะ
ผลตอบรับเชิงบวกและความเซอร์ไพรส์ชวนอิ่มใจนั้นยังคงอยู่กับเกมเบต้าก่อนเปิดตัว ครั้งนี้ต่างจากการเปิดตัวรอบก่อน เพราะไม่มีความผิดหวังใดๆ จากผู้เล่น และนับว่าเป็นเรื่องที่ชวนประหลาดใจที่สุดก็ได้ เพราะ SI กำลังวางแผนที่จะยกเครื่องใหม่หมดจดใน FM25
ไม่ได้พูดเกินจริงด้วยนะ ในโพสต์บล็อกที่ลงรายละเอียดแผนการสำหรับทั้ง FM24 และ 25 Jacobson อธิบายเกมของปีนี้ว่าเป็น "เกมสุดท้ายในรูปแบบนี้"
หลังจากปีนี้ Football Manager จะย้ายไปใช้ Unity Engine นี่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบอันเป็นหัวใจสำคัญของการเล่น นั่นคือมุมมอง Match Engine ที่เผยภาพการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ ตรงหน้าคุณ เกมนี้ไม่ได้มีภาพอลังการตระการตาจนละลายการ์ดจอได้ หรือเรนเดอร์หญ้าทุกใบแบบคมชัดจนอาจทำให้ผู้บริหาร FIFA นอนไม่หลับ เกมมีภาพ 3 มิติที่พอใช้ได้มาตลอด คุณจะได้เห็นว่าการวางแผนการเล่นบนสนามจริงเป็นอย่างไร และมีการเก็บช็อตเด็ดของนักเตะที่เก่งที่สุดและจังหวะที่พลาดในเกมรับของผู้เล่นที่อ่อนที่สุดในทีม แต่ภาพในเกมไม่เคยดูใกล้เคียงกับการแข่งจริงเลย ซึ่งพัฒนาให้ดีขึ้นได้
แต่มันกำลังจะเปลี่ยนไป Jacobson อยากให้ FM25 และเกมภาคต่อมาดูเหมือน "การแข่งฟุตบอลที่เห็นทางทีวี" ทั้งในแง่ของความสมจริงของภาพและคุณภาพของภาพเคลื่อนไหว
การตัดสินใจนี้เพิ่มความลังเลใจในด้านคอนเซ็ปต์ของ FM ที่น่าสนใจ หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเกมคือการที่ตัวเกมปล่อยให้คุณจินตนาการถึงภาพที่ขาดหายไป คุณสร้างภาพนักเตะจากสเปรดชีตข้อมูลค่าพลัง คุณจินตนาการถึงท่าทางของนักเตะระหว่างพูดคุยในห้องแต่งตัว คุณนึกภาพการเดินผ่านโถงที่เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลจนมาถึงออฟฟิศ แบบนี้ คุณจึงมีส่วนร่วมในจักรวาลฟุตบอลของ FM มากกว่าหากเทียบกับในโหมดอาชีพของ FIFA ที่เสิร์ฟคัตซีนที่มีเรื่องราวไม่ปะติดปะต่อให้คุณ แล้วจะเกิดผลเสียอะไรไหม หาก FM25 ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เป็นภาพมากจนเกินไป

"คุณจะยังคงมีส่วนร่วมอย่างมากในการสร้างจักรวาลนี้ครับ" Jacobson กล่าว "เรากำลังพยายามพัฒนาภาพเคลื่อนไหวให้ถึงจุดที่จะไม่ไปรบกวนจินตนาการของผู้คน กระบวนการทำงานของสมองเราซับซ้อน แต่ถ้าเราคิดว่า 'เดี๋ยวสิ แบบนี้ดูจะไม่ใช่นะ' เราก็จะรู้สึกไม่อินกับเกม มีเกมอาร์เคดฟุตบอลดีๆ อยู่ ใช่ไหมล่ะ เกมที่คุณรู้จัก อย่าง FC24 ก็ทำได้ดี eFootball ก็ทำได้ดี UFL ก็ดูน่าสนใจ แต่มันไม่ใช่ฟุตบอลจริงๆ เกมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเกมจำลองฟุตบอล ถ้าคุณเล่นเกมนาน 90 นาทีใน FC24 แต้มที่ทำได้จะดูไม่สมเหตุสมผลเลย ส่วนเราจำลองการแข่งฟุตบอล"
"สิ่งที่ผมบอกทีมคือให้พยายามทำภาพให้เหมือนมาจากมุมกล้องที่อยู่หลังสแตนด์ฟุตบอล เพื่อไม่ให้ดูออกว่าเป็นการแข่งจริงหรือเกม แต่เวลาที่คุณดูการแข่งฟุตบอล คุณยังจินตนาการช่วงเวลาต่างๆ อยู่ไหม คุณยังคิดภาพว่า 'โถ่ ถ้าส่งลูกไปให้คนนั้นนะ ถ้าพยายามกันลูกให้สูงกว่านั้นนิดนึงนะ' ได้อยู่ไหม เพราะนั่นแหละคือสิ่งที่เราอยากให้คุณจินตนาการถึง"
"มันคือการพยายามหาว่ามีจุดไหนที่ทีมจะพัฒนาได้อีก เพราะคุณคือผู้จัดการ นั่นคือสิ่งที่คุณควรพยายามที่จะทำ จินตนาการจะยังคงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ แต่เราพยายามลบจุดที่ทำให้จินตนาการเตือนคุณว่านี่ไม่ใช่เกมการแข่งของจริง"
พบกับ Football Manager 24 ได้ที่ Epic Games Store