
ข่าว
เพลงประกอบ Pacific Drive หยิบเอาความงดงามออกมาจากความอัปลักษณ์ได้อย่างไร
T
Thomas Wilde
Pacific Drive โดยภาพรวมนั้นเป็นเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่คุณคอยสังเกตเมื่อเดินทางผ่านซากปรักหักพังจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้น คำว่า "ความลี้ลับพิศวงชวนอึดอัด" เป็นคำที่โผล่ขึ้นมาบ่อยครั้งเมื่อมีการพูดคุยเกี่ยวกับเกมใหม่นี้ แต่ในแง่ของเกมนั้น Pacific Drive เองก็ดำเนินเรื่องในดินแดนลี้ลับชวนพิศวงจริงๆ ระหว่างทางคือจุดหมายด้วยตัวมันเอง
ในเกมนี้ คุณจะสวมบทบาทเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้าในปี 1998 ที่ถูกดึงตัวให้มายังโซนที่ถูกเรียกว่า Olympic Exclusion Zone ที่นี่เกิดการทดลองทางการทหาร ซึ่งแปรเปลี่ยนถนนสายรกร้างที่ทอดผ่านชนบทและป่าเขาให้กลายมาเป็นโลกอีกใบที่กำลังสั่นคลอน และคุณไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพึ่งรถสเตชั่นวากอนเก่าๆ พังๆ ฝ่าภัยอันตรายแสนแปลกประหลาด คุณจะได้เก็บชิ้นส่วน เลี่ยงความผิดปกติ ร่วมการทดลองวิทยาศาสตร์ที่เสี่ยงอันตราย และคอยหนีพายุที่อาจปลิดชีวิตของคุณ ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือต้องคอยดูให้รถวิ่งได้อยู่เสมอ
แต่สิ่งที่เหมือนกับทริปขับรถทั่วไป คือการที่ Pacific Drive เริ่มทริปด้วยเสียงเพลง เพลงที่ทั้งให้ความรู้สึกเพ้อฝันล่องลอย หลอกหลอน และผิดแปลกแปร่งหู เกมนี้มีเพลงหลากหลายแทร็กที่คืบคลานเข้ามาในโสตประสาท และจะยังคงสอดแทรกระหว่างช่วงที่เงียบงัน
เพลงประกอบต้นฉบับของ Pacific Drive แต่งโดย Wilbert Roget นักแต่งเพลงที่ซีแอตเทิล และเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการเกมมานาน Roget ยังมีผลงานการประพันธ์เพลงให้ Mortal Kombat 11, Destiny 2: Forsaken, Star Wars: The Old Republic และเกมฮิตม้ามืดประจำปีนี้อย่าง HELLDIVERS 2
แนวคิดเบื้องหลังเพลงประกอบของ Roget นั้นคือการถ่ายทอดบรรยากาศที่หยิบเอาความเป็นชนบททาง Pacific Northwest ใน Pacific Drive รวมถึงความทรุดโทรมที่แทรกซึมอยู่ในแผนที่ของเกมเป็นส่วนใหญ่

"ยิ่งผมแต่งเพลงออกมาเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้ตัวว่าคงหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องผ่านเสียงประสานที่ผมมักจะทำ" Roget กล่าว "ยังไงก็ต้องเล่าผ่านเสียงประสานและทำนอง"
ถ้าจากที่ Roget เล่านั้น ปัญหาอยู่ที่หนึ่งในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น Zone ที่คุณก้าวเข้ามานั้นเป็นบริเวณที่ถูกทิ้งร้างมานานนับสิบปี มีแต่ซากปรักหักพังของตึกราบ้านช่อง ถนนหนทางมเต็มไปด้วยรถพังเกลื่อนกลาด และมนุษย์พยายามเอาตัวรอดด้วยการพึ่งพาสิ่งที่ดูจะมั่นคงเพียงหยิบมือ
และนั่นแปลว่าเพลงทั่วๆ ไปคงไม่เข้ากับบรรยากาศหรือธีมของ Pacific Drive เพลงประกอบเกมอื่นๆ อย่างผลงานของ Roget ใน Star Wars มักจะเป็นเพลงที่อึกทึกฮึกเหิมที่เน้นดนตรีออร์เคสตรากับเสียงประสานที่ซับซ้อน แต่เมื่อเป็นเพลงประกอบ Pacific Drive ทาง Roget เลือกที่จะไปในแนวเรียบง่าย
"ผมรู้ทันทีว่าเพลงมันจะโดนปรับไปในทางที่หลุดโลกสุดๆ" Roget กล่าว "อย่างเช่น ถ้าลองฟังเพลงในโซนที่เป็นป่า ซึ่งผมแต่งเป็นอย่างแรกเลย คุณจะรู้เลยว่าโซนป่าทั้งหมดมีคอร์ดแค่สองคอร์ด... มันแปลกมาก เพราะผมได้รู้ว่าบางทีนี่ก็เป็นสิ่งที่เข้ากับบรรยากาศ ผมว่าผมแต่งหลายๆ เพลงในช่วงหน้าหนาวที่มีความหม่นๆ เทาๆ เคลือบทุกอย่างอยู่"
Roget กล่าวต่อ "ตัวโน้ตแทบจะไม่สำคัญเลย ถ้าพอจะนึกภาพออก ยิ่งพอผมแต่งธีมหลักได้แล้ว อย่างเพลงทั้งหมดสำหรับฉากโรงรถ ผมก็แค่ทำๆ ไป ผมจะแต่งสิ่งที่ฟังดูเหมือนจะกลายเป็นเพลงได้ แต่ก็ไม่ได้พามันไปไกลกว่านั้น"
การออกแบบเพลงให้ Pacific Drive ได้แรงบันดาลใจจากเพอร์ฟอร์แมนซ์และนักแต่งเพลงอย่าง Nine Inch Nails นักแต่งเพลงชาวบราซิล Amon Tobin และ Radiohead โดย Roget บอกว่าเพิ่งรู้จักอัลบั้ม Kid A ซึ่งเป็นอัลบั้มที่สี่ที่ได้รับเสียงตอบรับดีมากๆ ตอนแต่งเพลงให้ Pacific Drive ไปแล้วประมาณครึ่งทาง
อันที่จริง Roget เคยร่วมมือกับ Alexander Dracott ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Pacific Drive ก่อนที่จะเริ่มลงมือแต่งเพลง Dracott เองก็เป็นนักดนตรี และเขามีไอเดียชัดเจนว่าอยากให้ซาวด์เฉพาะตัวของ Pacific Drive ออกมาเป็นแบบไหนก่อนที่ Roget จะเข้ามามีส่วนร่วม
"ตอนนั้นเรา [Roget และ Dracott] เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักพัฒนาเกมที่ชอบทำเกมแจมส์แนวสยองขวัญกันทุกปี" Roget กล่าว "เราจะได้เวลาสองวันในการทำเกมสยองขวัญหรือเกมแนวใกล้ๆ กันนับตั้งแต่ศูนย์จนเสร็จ เกมที่ Alex เคยทำชื่อว่า Do You Copy ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับดีเฉยเลย เราทำเกมนั้นด้วยกันครับ

"เราก็แค่ตกลงกันว่า มาทำเกมด้วยกันดีกว่า เขาเป็นคนเริ่มโปรเจกต์ [Pacific Drive] แล้วก็ลากผมเข้ามา จุดที่เจ๋งของเกมแจมส์พวกนี้คือผมได้ใช้แนวดนตรีที่ปกติผมคงทำไม่ได้ ผมหันมาทำแนวอิเล็กทรอนิกมากขึ้น ใช้เสียงซินธิไซเซอร์กับกีตาร์เยอะๆ ซึ่งก็หยิบเอาสไตล์ของ Silent Hill ที่โด่งดังของ Akira Yamaoka มาแบบสุดๆ เลย นั่นเป็นสไตล์ที่ปูทางมาสู่สิ่งที่ Alex อยากได้สำหรับ Pacific Drive ครับ"
จุดเริ่มต้นของซาวด์ที่ไม่เหมือนใครของ Pacific Drive มาจาก Dracott ซึ่งทำเพลย์ลิสต์ Spotify รวมเพลงและศิลปินที่ตรงกับแนวที่วางไว้ให้เกม ศิลปินในเพลย์ลิสต์นั้นมี Lorne, Apparat และ Woodkid ซึ่งมีความหมองเศร้าแนวอิเล็กทรอนิกเหมือนกัน
"เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้ร่วมมือกันจริงๆ ก่อนจะเลือกโน้ตตัวแรกด้วยซ้ำ" Roget กล่าว "เขาแนบคำอธิบาย [เพลย์ลิสต์นี้] ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ เขาบอกเหตุผลที่เลือกแต่ละเพลง รวมถึงจุดที่ผมควรหยิบมาใช้ ผมวิเคราะห์แต่ละแทร็กที่เขาลิสต์ไว้ให้ แล้วก็พยายามแงะเอาการโปรดักชันและเสียงประสานออกมาอย่างเต็มที่"
Roget ใช้วิธีอะนาล็อกหลายๆ แบบในการสร้างเสียงของ Pacific Drive ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องบันทึกเทปอัดแทร็กที่ทำไว้แล้วใหม่อีกครั้ง หรือการใช้คันชักดับเบิลเบสสีกระชอนเหล็ก จากนั้น เขาก็จะสร้างปุ่ม "pad" ที่กดได้ให้กับเสียงแต่ละเสียง ซึ่งทำให้เขาปรับพิตช์ของแต่ละเสียงได้ตามใจ บางเพลงของ Pacific Drive มาจากแหล่งเสียงที่แหวกแนวสุดๆ อย่างคลิปเสียงก่อสร้างที่ใช้โทรศัพท์อัดมาจากตึกอพาร์ทเมนต์ของ Roget
อันที่จริง ท่อนที่แปลกที่สุดของเพลงประกอบอาจจะมาจากทริปปาร์ตี้ของ Roget ที่เวลส์ก็ได้ ตอนอยู่ที่นั่น Roget ต้องแชร์ห้องกับผู้ชายที่เขาบรรยายว่ามีเสียงกรนประหลาดที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน
"หลังจากคืนแรก ผมก็ถามเขาว่า 'เอ้อ ถ้าขออัดเสียงกรนประหลาดๆ ของนายหน่อยจะว่าไรไหม' เขาบอกว่า 'เอาสิ เป็นการขอที่แปลกที่สุดแล้ว แต่ก็เอาเลย'"
เสียงกรนแสนประหลาดนั้นกลายมาเป็นเสียงพื้นฐานให้เพลงบางส่วนใน Pacific Drive
"แนวคิดเบื้องหลังเสียงทั้งหมดนี้คือการหยิบเอาสิ่งที่น่าเกลียดในตัวมันเองแล้วพยายามสร้างสรรค์สิ่งที่งดงามออกมา" Roget กล่าว
"นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกได้จากเกมนี้ เรามีรถผุพังที่แทบจะวิ่งไม่ไหวแล้ว แต่หน้าที่ของเราคือการพยายามใช้ประโยชน์จากมัน พยายามสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า Lexus คันใหม่แสนหรู สร้างอะไรที่เป็นของคุณจริงๆ"
โปรเจกต์ถัดไปของ Roget มีทั้งเพลงประกอบ Star Wars: Outlaws โดย Ubisoft ซึ่งจะวางจำหน่ายทาง Epic ในเดือนสิงหาคมนี้ และเพลงประกอบซีรีส์ Gundam: Requiem for Vengeance ทาง Netflix
Pacific Drive พร้อมให้เล่นแล้วที่ Epic Games Store