
ข่าว
Plants vs. Zombies: Replanted ผสมชาเลนจ์ใหม่ๆ มาไว้ในเกมโปรดของแฟนๆ
A
Aron Garst
โหมดที่ปรับมาใหม่นี้โฟกัสไปที่เทรนด์ทั้งสองที่โดดเด่นมาตั้งแต่การเปิดตัว Plants vs. Zombies ภาคออริจินัล นั่นคือโหมดมัลติเพลเยอร์แบบร่วมมือกัน และโหมด roguelike สุดท้าทายซึ่งจะพาผู้เล่นกลับไปยังจุดเริ่มต้นทันทีที่ซอมบี้บุกฝ่าแนวป้องกันและหม่ำสมองเข้าไป ทั้งสองโหมดสร้างขึ้นบนสูตรการสร้างป้อมป้องกันฐานของ Plants vs. Zombies ที่เราคุ้นเคย โดยให้ผู้เล่นจัดกองทัพเหล่า Pea Shooter, Cabbage-pult และพืชที่มีสำนึกชนิดอื่นๆ ให้คอยกวาดล้างคลื่นซอมบี้ที่เข้ามาบุกรุกสวนเป็นระลอก เราได้พูดคุยกับ PopCap Studios เกี่ยวกับโหมดทั้งสองโหมด และสิ่งที่เราควรตั้งตารอเมื่อ Plants vs. Zombies: Replanted วางจำหน่ายในวันที่ 23 ตุลาคม และเรายังได้พูดคุยถึงโหมดมัลติเพลเยอร์ในเวอร์ชันก่อนๆ ของ Plants vs. Zombies (ทั้งแบบแข่งขันและร่วมมือกัน) ฟีเจอร์ของตกแต่งใหม่ และโหมดเกม Cloudy Day ใหม่ที่เพิ่มกลไกสภาพอากาศเข้ามาใช้ในเกม
"สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของเราคือการสร้างเกมที่ต่อยอดจากภาคแรก และเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้เล่นอยากกลับมาเล่นอีก" Jake Neri ผู้อำนวยการสร้างเกมของ PopCap Studios กล่าว "ไม่ว่าจะแวะกลับมาสวนหลังบ้านเป็นครั้งที่ร้อยหรือก้าวเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก เราก็หวังว่าทุกคนจะเจอกับสิ่งที่ชอบ"
กลับมาดูการสร้างป้อมป้องกันฐานแบบ "co-op-edition"
Plants vs. Zombies: Replanted ไม่ใช่เกมแรกในแฟรนไชส์ Plants vs. Zombies ที่มีโหมดมัลติเพลเยอร์ Plants vs. Zombies: Garden Warfare ที่เปิดตัวในปี 2014 ถือเป็นการออกนอกกรอบของเกมสร้างป้อมป้องกันฐานครั้งใหญ่ที่สุดของซีรีส์นี้ โดยเป็นเกมยิงบุคคลที่สามที่ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากันในโหมดทีมเดธแมตช์และโหมดอื่นๆ แม้ว่าเกมยิงที่เต็มไปด้วยแอคชั่นจะชวนให้ติดตาม แต่มันก็มีความคล้ายคลึงกับเกม Plants vs. Zombies ภาคออริจินัลแค่เพียงเล็กน้อย
แต่เวอร์ชันคอนโซลก่อนหน้านี้ของ Plants vs. Zombies ก็มีโหมดการแข่งขันเช่นกัน โดยผู้เล่นหนึ่งคนจะควบคุมการโจมตีของซอมบี้ ในขณะที่อีกคนจะควบคุมการป้องกันในสวนหลังบ้านและพยายามกำจัดซอมบี้ Plants vs. Zombies: Replanted ชุบชีวิตโหมดเหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยหวังที่จะสร้างความคุ้นเคยให้แฟนตัวยงและเป็นเกมที่เข้าถึงได้สำหรับผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นเวอร์ชันคอนโซลมาก่อน

"มีเกมมัลติเพลเยอร์ดีๆ น่าทึ่งอยู่มากมาย" Neri กล่าว "แต่ Plants vs. Zombies: Replanted นำประสบการณ์มัลติเพลเยอร์แบบเฉพาะตัวเข้ามา ซึ่งทำให้ผู้เล่นร่วมมือกันหรือแข่งขันกัน และสร้างสรรค์ความสนุกในแบบของตัวเองได้"
ผู้เล่นทำได้ทั้งจับทีมหรือเผชิญหน้า แชร์ช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันที่ทั้งวุ่นวายและสนุกสนาน ในโหมด Co-op ผู้เล่นหนึ่งคนอาจจะโฟกัสกับการสร้างระบบด้วย Sunflower ส่วนอีกคนเน้นไปที่ตัวยิงหรือการวางระเบิด แต่ถึงจะร่วมมือกัน การแข่งกันสนุกๆ ก็เกิดขึ้นได้เมื่อผู้เล่นขุดต้นไม้ของอีกฝ่ายหรือแย่งทรัพยากรที่มีจำกัด
"นี่แหละคือความพิเศษของโหมดนี้" Neri กล่าว "มันเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเล่นด้วยกัน และสร้างเกมเพลย์ของตัวเองผ่าน 'co-op-edition' สนุกๆ"
โหมดร่วมมือกันใน Plants vs. Zombies: Replanted แยกออกมาจากแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง มาพร้อมความท้าทายเฉพาะตัวที่ส่งเสริมการร่วมมือและปรับตัวไปตามสถานการณ์
Rest in Peace
Plants vs. Zombies: Replanted ยังเพิ่มโหมด Rest in Peace หรือโหมด roguelike ที่ทดสอบการเอาตัวรอดของผู้เล่นเข้ามาด้วย แทนที่จะสร้างฐานป้องกันซับซ้อน ผู้เล่นจะต้องตอบสนองต่อเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน และใช้ประโยชน์จากพืชจำกัดชนิดที่ได้จาก Crazy Dave ให้ได้มากที่สุดในแต่ละรอบ การตายอย่างถาวรช่วยทำให้เกมมีการเดิมพันสูง และการทำพลาดจะพาผู้เล่นกลับมาสู่จุดเริ่มต้น

"Plants vs. Zombies โดยแก่นของมันแล้วก็คือเกมที่สร้างความสุขให้ผู้เล่นทุกคน ทุกระดับทักษะ" Neri กล่าว "เรารู้ว่าเกมเมอร์บางคน โดยเฉพาะแฟนๆ เกม roguelite อยากได้ความท้าทาย ซึ่งการตายอย่างถาวรดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เราสร้างโหมดที่เพิ่มการเดิมพัน ให้คุณเล่นได้นานเท่าที่จะทำได้ แต่จะพาคุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้นถ้าคุณแพ้"
ส่วนชื่อของโหมดที่กลายมาเป็น Rest in Peace ได้นั้น Neri อธิบายว่า "เราเลือกชื่อที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับโลกของ Plants vs. Zombies" "เราอยากหาทางที่จะเชื่อมกับกลไกหลักของเกม และสร้างสิ่งที่น่าจะท้าทายผู้เล่น"
เกมแนว roguelike และ roguelite เน้นการเล่นซ้ำๆ เพื่อเพิ่มทักษะของผู้เล่น และทำให้พวกเขาคุ้นเคยกับกลไกของเกม หนึ่งในเกม roguelike ที่ขึ้นชื่อที่สุดอย่าง Hades (และภาคต่อที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง Hades II) ส่งผู้เล่นออกไปทำภารกิจเพื่อต่อสู้กับไททันและอสูรกายกรีก ในแต่ละรอบการเล่น เทพเจ้าจะมอบความสามารถต่างๆ ให้ผู้เล่น ทำให้ผู้เล่นมีพลังมากขึ้น จนกลายมาเป็นสิ่งที่แฟนๆ ของเกมแนวนี้เรียกกันว่า "บิลด์" (build) บิลด์สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ในทุกๆ การเล่น ช่วยส่งเสริมให้มีการลองผิดลองถูก และทำให้การเล่นแต่ละครั้งแตกต่างกันเล็กน้อย
Plants vs. Zombies: Replanted หยิบเอาแนว roguelike มาใช้ แต่มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย Crazy Dave ผู้รับบทบาทหลายๆ อย่างในซีรีส์ Plants vs. Zombies ซึ่งรวมถึงการเป็นผู้บรรยายและเจ้าของร้าน ค่อนข้างจะเพี้ยนเป็นพิเศษใน Plants vs. Zombies: Replanted บางครั้ง เขาจะจัดเตรียมสิ่งที่เหมาะกับการบุกตะลุยสนามหลังบ้านมาให้ แต่บางครั้งเขาก็จะทิ้งคุณไว้แบบตัวเปล่าโล่งโจ้ง บังคับให้คุณต้องยอมเสียสละและเสี่ยงอย่างสร้างสรรค์

"โหมดมันไม่ได้เป็นเรื่องของบิลด์ หรือการเอาตัวรอดแค่อย่างเดียว สกิลกับความเร็วสำคัญมาก แต่ Crazy Dave จะเลือกพืชจำนวนหนึ่งให้คุณก่อนการเล่นแต่ละครั้ง บางครั้งเขาก็บ้าสมชื่อ แล้วกั๊กพันธุ์ที่ดีที่สุดเอาไว้" Neri กล่าว "คุณต้องคิดให้เร็วและเลือกทางที่จะช่วยให้คุณรอดจนถึงรอบต่อไป"
Rest in Peace จะปลดล็อกหลังจากผู้เล่นผ่านโหมดผจญภัยคลาสสิกจนจบแล้ว และ Rest in Peace ก็มีวิธีเอาชนะอยู่ เหมือนกับ roguelike เกมอื่นๆ ที่มีจุดจบแบบตายตัว ผู้เล่นจะต้องเล่นให้จบทุกด่านโดยต้องไม่ทำพลาดร้ายแรง แต่ถ้าเกิดตายขึ้นมา คุณจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ก้าวผ่านวันหม่นหมองใน Cloudy Day
ถึงจะมีโหมดใหม่ๆ เหล่านี้ แต่ทีมงานเบื้องหลัง Plants vs. Zombies: Replanted ก็ระมัดระวังและไม่รบกวนสิ่งที่แฟนๆ ชอบในภาคออริจินัล งานภาพเฉพาะตัว ดนตรีติดหู และตัวละครแสบซนคือสิ่งที่ทำให้ Plants vs. Zombies เป็นเกมที่เข้าถึงคนได้ทุกวัย พร้อมทั้งยังมีความลึกซึ้งมากพอให้นักวางแผนมากประสบการณ์ สิ่งนี้ทำให้กลไก พืชพรรณ และชาเลนจ์ใหม่ๆ ถูกใส่เข้ามาแบบมีกรอบจำกัด
ตัวอย่างที่โดดเด่นคือโหมด Cloudy Day ใหม่ ที่เพิ่มระบบสภาพอากาศแบบไดนามิกเข้ามาในเกม สภาพอากาศช่วยเพิ่มเลเยอร์ความท้าทาย (ที่คาดเดาไม่ได้) พร้อมกับฝูงซอมบี้ที่เดินหน้าเข้ามาแบบไม่มีสิ้นสุด เมื่อเมฆลอยเข้ามา Sunflower ที่พึ่งพาได้ของคุณก็จะหลับใหล บังคับให้คุณเปลี่ยนวิธีจัดการทรัพยากรต่างๆ

"พอมันหลับ มันก็จะไม่สร้าง Sun และสำหรับคนที่รู้จัก Plants vs. Zombies คุณก็จะรู้ว่าคุณต้องใช้ Sun เพื่อใช้ต้นไม้" Neri กล่าว "มันมีความดึงดันในเรื่องของการใช้พลังงาน และช่วงเวลาที่ควรตุนพลังงานเอาไว้ โหมดนี้เป็นความท้าทายสนุกๆ และเราก็ภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา"
Cloudy Day เป็นส่วนขยายตามธรรมชาติสำหรับดีไซน์ที่โฟกัสกับสวน ซึ่งช่วยให้ Plants vs. Zombies ยืนหยัดผ่านบททดสอบของการเวลา มันไม่ใช่การออกห่างจากซีรีส์แบบ Plants vs. Zombies: Garden Warfare แต่เป็นวิธีที่ทำให้ PopCap Studios ยุคใหม่ต่อยอดจากเกมที่เป็นแก่นหลักของเกมแนวสร้างป้อมป้องกันฐานมาแล้วกว่าเกือบสองทศวรรษ
หัวใจสำคัญคือคอมมูนิตี
ฟีดแบ็กจากชุมชนเองก็มีส่วนช่วยนำทางการพัฒนา Plants vs. Zombies: Replanted มีข้อเสนอแนะเข้ามาทาง Reddit, YouTube, Instagram และ TikTok ซึ่งช่วยกำหนดทั้งกลไกและงานภาพของเกม โบนัสการสั่งซื้อล่วงหน้ายังสะท้อนถึงแนวทางที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี โดยมี PopCap Studios สร้างสกิน Peashooter คลาสสิก ซอมบี้ Browncoat แนวย้อนยุค และเซอร์ไพรส์อื่นๆ ที่ทีมงานหวังว่าจะเก็บไว้เป็นความลับจนกว่าจะเปิดตัว
"ในภาพรวม Plants vs. Zombies: Replanted ได้รับแรงบันดาลใจจากความคิดเห็นของคอมมูนิตี และเราคิดว่าผู้เล่นจะสนุกกับเกมนี้เมื่อได้ลองเล่นดู" Neri กล่าว "เราเคารพในเกมนี้และต่อผู้สร้างสรรค์ทุกคนที่ทำเกมนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก เราอยากจะให้เกียรติสิ่งเหล่านั้นด้วยรีมาสเตอร์ที่รวบรวมและปรับปรุงความวิเศษแบบดั้งเดิมของเกม เพื่อสร้างเป็นประสบการณ์พิเศษสำหรับทั้งผู้เล่นใหม่และผู้เล่นที่กลับมาเล่นอีกครั้ง"
Plants vs. Zombies: Replanted เป็นการเฉลิมฉลองซีรีส์ที่เติบโตไปพร้อมกับแฟนๆ โดยผสมผสานสิ่งเดิมๆ ที่ชวนให้คิดถึงเข้ากับนวัตกรรมใหม่ๆ โหมด Co-op และ PvP แบบมัลติเพลเยอร์ ชาเลนจ์เอาชีวิตรอดแบบ Roguelike และโหมดต่างๆ อย่าง Cloudy Day จะรับประกันได้เลยว่าแฟนเกมที่ติดตามมานานจะได้พบกับสิ่งใหม่ๆ และผู้เล่นใหม่ก็สามารถเริ่มเล่นเกมคลาสสิกได้แบบไม่ติดขัดใดๆ ไม่มีเวลาไหนที่เหมาะจะหยิบ Peashooter มาใช้เท่าตอนนี้อีกแล้ว
Plants vs. Zombies: Replanted จะเปิดตัวในวันที่ 23 ตุลาคม และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าใน Epic Games Store