
ข่าว
QuakeCon กลับมาสานต่อประวัติศาสตร์
M
Matt Paprocki
พอมองย้อนไปดูวงการเกมออนไลน์และห้องแชทในปี 1996 การรวมตัวนี้ก็ดูเข้าท่าขึ้นมาก สมัยนั้นยังมีแผ่น AOL ตามชั้นวางสินค้าใกล้ที่จ่ายเงิน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตยังฟังดูห่างไกล และการยิงระเบิดจรวดใส่เพื่อนซี้ทางอินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์บ้านก็จะขัดขวางการใช้โทรศัพท์ของคุณแม่ การจัดปาร์ตี้ LAN ในยุคนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะได้เล่นเกมโดยปราศจากความขัดข้องหลายประการที่มากับวงการเกมออนไลน์ในยุคแรกเริ่ม "ตอนนั้นเราไม่ได้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ใช้ วิธีเดียวที่จะเล่นเกมมัลติเพลเยอร์กับเพื่อนๆ ได้คือการเข้าร่วมปาร์ตี้ LAN และตอนนั้น QuakeCon เป็น LAN ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือครับ" Jacob Bouvrette ขาประจำ QuakeCon เล่าทางอีเมล
ทีมนักพัฒนา Quake ปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ในปี 1996 (ร่วมกับงานรวมตัวคณะผู้เชี่ยวชาญที่ John Carmack จัดขึ้นจนถึงปี 2013) แต่ id ก็ยังไม่ได้ลงมามีส่วนร่วมจนกระทั่งในปี 1999 ที่ id เริ่มเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ในการจัดงาน (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการวางแผนจัดงาน QuakeCon ปลอมแบบลวกๆ ในปี 1998) ในปี 1999 สปอนเซอร์อย่าง Activision, AMD และอื่นๆ ช่วยให้หาโมเดลการจัดงานอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยขับเคลื่อนอีเวนต์เข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ในปีเดียวกัน id ยังเผยตัวอย่าง Quake 3 ให้แฟนๆ ได้ลองสัมผัสผ่านการแข่งขันเดทแมตช์
ในปี 2002 งานอีเวนต์ก็เติบโตขึ้นอีก โดย id เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจากการให้นักพัฒนาร่วมวางแผนจัดงาน QuakeCon เคียงข้างทีมอาสาสมัครล้วน แทนการร่วมสปอนเซอร์อย่างเดียว นอกจากการเล่นเกมทาง LAN แล้ว งานนี้ยังมี Mister Sinus Theater (ชื่อที่ตั้งล้อรายการเยาะเย้ยหนังคัลต์ Mystery Science Theater อีกที) ที่นำหนังอย่าง Crossroads ของ Britney Spears มาวิจารณ์ยับ สิ่งนี้กลายมาเป็นของเด็ดประจำ QuakeCon และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Master Pancake ในภายหลัง "รายการที่พวกเขาจัดในช่วงพักมันฮามากๆ ครับ อันที่ล้อ Back to the Future ยังเป็นสิ่งที่ผมประทับใจไม่ลืมใน QuakeCon" ผู้ร่วมงาน Ken Konarzeswski กล่าว
การเปลี่ยนสถานที่จัดที่ใหญ่ขึ้นช่วยให้ขยายสเกลงานอีเวนต์ได้มากขึ้น ทั้งงานคอนเสิร์ตและการแจกเงินรางวัลก้อนโตให้ผู้ชนะทัวร์นาเมนต์ มีหลายคนที่ได้เสื้อยืดกลับบ้านในปีแรก และพอมาถึงปี 2004 ผู้ชนะก็รับเงิน 150,000 ดอลลาร์ บูธขายของที่เคยต้องเจาะตลาดแฟนคลับระดับฮาร์ดคอร์เท่านั้นก็เติบโตจนกลายเป็นตลาดที่กินพื้นที่ 25,000 ตารางฟุตและอัดแน่นไปด้วยสินค้า id
และยังคงขยับขยายอย่างต่อเนื่อง ช่วงก่อนโควิด งาน QuakeCon จะจัดขึ้นเป็นประจำที่ Gaylord Texas Convention Center ซึ่งเป็นที่ที่มีการแสดงและฝูงคนผู้เข้าร่วมหลายพันคนมารวมตัวกันในวันที่ 10 ถึง 13 สิงหาคม แต่ทำไมกัน แฟนๆ และผู้เข้าร่วมงานทุกคนที่เราพูดคุยกลับมีเรื่องราวแตกต่างกันไป บางคนก็มากับเรื่องราวแบบแหวกไปเลย
"กลุ่มเล่นเกมของผมจะมีความบ้าๆ อยู่บ้าง อย่างการถอดเสื้อออกแล้วก็เล่น Quake Live ในห้องที่ทุกคนพกคอมมาเอง [เรียกย่อๆ ว่า BYOC]" Bouvrette มองย้อนกลับไป "มี QuakeCon อยู่ครั้งหนึ่งที่ Todd Hollenshed ซึ่งเป็น CEO แห่ง id Software เดินผ่านห้อง BYOC แล้วเห็นเราถอดเสื้อเล่น Quake แล้วก็งงว่าเราทำอะไรกัน เราทุกคนเลยตะโกนชวนให้เขาฉีกเสื้อตัวเองแล้วมาเล่น Quake กับเรา ตอนนั้นเราเลยเป็นกลุ่มเพื่อนที่กำลังเล่นสนุก ที่มี CEO แห่ง id Software มาร่วมปาระเบิดกับเราครับ"
เราพูดคุยกับ Kelly Lanahan ผู้ร่วมงานทางอีเมล และเธอเล่าถึงมิตรภาพชั่วชีวิตที่ได้มาท่ามกลางสถานการณ์สุดประหลาด "มีคู่รักที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนขอให้ฉันช่วยจองคิวเข้าห้อง BYOC แล้วก็ช่วยเฝ้าคอมพิวเตอร์ให้ เพราะพวกเขาจะไปแต่งงานกันที่สวนของโรงแรม Hilton Antole แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ"
เรื่องราวเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าคุณไม่เดินทางไปร่วมงานตั้งแต่แรก และก็มีบางคนที่เดินทางไปเพียงเพราะใครอีกคน สำหรับ Stephanie Persley ที่เข้าร่วมงาน QuakeCon เป็นปีที่ 23 แล้วนั้น คนคนนั้นคือคนรักที่คะยั้นคะยอให้เธอลองไปสักตั้ง "ฉันไม่รู้อะไรเลยค่ะ" เธอบอกทางอีเมล "ขนาดตอนนั้นที่งานยังมีคนประมาณ 300 คน บรรยากาศงานก็อบอุ่นมาก ฉันไม่รู้อะไรเลย แต่ฉันก็ได้เพื่อนและได้พบเจอผู้คนมากมาย ฉันเจอพวกเขาแค่ปีละครั้ง แต่พวกเขาอยู่ในชีวิตฉันมานานเกิน 20 ปีแล้วค่ะ"
คนที่เราพูดคุยด้วยแต่ละคนมีเรื่องราวส่วนตัวที่แตกต่างกันไป แต่ทุกคนชื่นชมคนในงานเป็นเสียงเดียวกัน ผู้คนในงานคือหัวใจสำคัญ "คุณจะรู้สึกมีความสุขสุดๆ กับการอยู่ตรงนั้น ได้เจอเพื่อน และได้ใช้เวลาสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วย 'peace, love, and rockets!' (สันติภาพ ความรัก และจรวด)" Presley กล่าว (ประโยคนั้นคือสโลแกนประจำงานแบบไม่เป็นทางการ)
Lanahan บรรยายงานนี้ว่าเป็น "งานดนตรี Lollapalooza ของชาวเนิร์ด" และหลังจากการมาร่วมงานครั้งแรกของเธอในปี 2012 เธอก็กลับมาเยือนเรื่อยๆ เพราะเพื่อนที่ได้จากในงาน "บางคนที่รู้จักกันที่นี่ก็สำคัญกับฉันพอๆ กับครอบครัวเลยค่ะ" Lanahan กล่าว "พวกเขาช่วยเหลือฉันในเรื่องส่วนตัวอย่างการงาน ปัญหาทางการเงิน และให้ที่พักเวลาที่ฉันเดินทาง มิตรภาพที่ได้จาก QuakeCon กลายมาเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน"
Konarzewski อยู่ในกลุ่ม "Always 2 Manly" ผู้ฉีกเสื้อตัวเองตอนเที่ยงคืนเพื่อเล่น Quake Live Konarzewski ปล่อยคำคมบาดใจว่า Always 2 Manly เป็น "จิตวิญญาณของงานนี้" สำหรับกลุ่มนั้นแล้ว QuakeCon คือหลุมหลบภัยจากโลกปัจจุบัน เป็นที่ที่เพื่อนๆ มารวมตัวกันแล้วสนุกไปด้วยกันได้ "เคยเถียงเรื่องการดราฟต์นักฟุตบอลแฟนตาซีแบบนานมากๆ กับกลุ่มเพื่อน 10 คนไหมครับ เราดึงคน 65-75 คนจากในกลุ่มมาเข้าร่วมอีเวนต์ในแต่ละปี"
Trevin Verduzco ซึ่งเข้าร่วมงานมาหลายสิบปีในชุด "QuakeCon Wiener King" (เขาใส่ชุดไส้กรอก) กล่าวว่างานนี้มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร "QuakeCon ยังให้ความรู้สึกเหมือนงานปาร์ตี้ที่จัดยาวๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ไม่เหมือนงานอื่นๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเน้นมาขายสินค้าครับ"
สำหรับคนที่ยังอาจจะลังเลว่าไปดีไหม Bouvrette พร้อมปิดดีลการขายด้วยประโยคเด็ด "ถ้าคุณมีโอกาสพักร้อนและอยากใช้เวลาไปกับคนที่ชื่นชอบอะไรเหมือนๆ กัน ก็มาร่วมงาน QuakeCon ที่แดลลัสในช่วงปลายฤดูร้อนนี่แหละครับ ลมร้อนข้างนอกจะแผดเผาปอดแบบร้อนระอุ แต่อุณหภูมิของแอร์ในตึกจะทำให้ใช้งาน PC ได้แบบเย็นฉ่ำเลยครับ!" และเขาก็ได้สรุปเสน่ห์คงทนของงานนี้ได้อย่างกระชับและครอบคลุม เพราะผู้คนคือหัวใจสำคัญของงาน QuakeCon
ถึงคุณจะเข้าร่วมงานของปีนี้ไม่ได้ คุณก็ยังดูส่วนลด QuakeCon ใน Epic Games Store ได้ที่นี่