ภาพหน้าจอของ The Talos Principle 2 ที่แสดงรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่ถูกตรึงด้วยโซ่
ข่าว

The Talos Principle 2: การค้นหาความเป็นมนุษย์ในยุคหุ่นยนต์

S
Steven T. Wright
20 พ.ย. 2566
ภาพหน้าจอของ The Talos Principle 2 ที่แสดงรูปปั้นหินขนาดใหญ่ที่ถูกตรึงด้วยโซ่

เมื่อหลายปีที่แล้ว เมื่อทีมนักพัฒนา Croteam เริ่มวางแผนสร้างภาคต่อสำหรับ The Talos Principle เกมปริศนายอดฮิตของทีม ความคิดที่ว่าปัญญาประดิษฐ์อาจกลายเป็นภัยคุกคามเคยเป็นสิ่งที่เห็นได้แต่ในภาพยนตร์ไซไฟและแลดูฝันเกินเอื้อม The Talos Principle 2 กำลังเปิดตัวในยุคใหม่ที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง ChatGPT

แต่นักเขียนของ Croteam อย่าง Jonas Kyratzes และ Verena Kyratzes กล่าวว่าการเปรียบเทียบนี้อาจไม่เหมาะ โมเดล AI ในยุคนี้ไม่ค่อยเหมือนหุ่นยนต์ที่มีความรู้สึกในโลกเกมสักเท่าไร และถึงแม้จะมีชีวิตขึ้นมาจริงในสไตล์ Skynet ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

"เราพัฒนาเนื้อเรื่องนี้มาเป็นเวลานานมาก ตอนที่เราเขียนฉบับร่างฉบับแรก การพูดคุยถึง AI ยังไม่ได้พัฒนาไปไกล (หรือร้อนแรง) เท่าทุกวันนี้" Verana กล่าว "แต่สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากคือ AI ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม"

"ChatGPT กับ DALL·E และโปรแกรมที่คล้ายกันอื่นๆ ไม่ได้เป็นปัญญาประดิษฐ์ในแง่นั้น โปรแกรมเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้สึกในแบบที่มนุษย์มีความรู้สึก" Verena กล่าวต่อ "เราอยากเล่าเรื่องที่เครื่องจักรมีทั้งความฉลาด รวมถึงความคิดและอารมณ์ที่ซับซ้อนเหมือนมนุษย์ อีกทั้งนำเสนอออกมาว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำไมจะต้องเป็นเรื่องที่น่ากลัวด้วยล่ะ ความฉลาดควรเป็นสิ่งที่ได้รับการเฉลิมฉลอง ไม่ใช่กลัว"
The Talos Principle 2 1a
The Talos Principle สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนตอนที่เปิดตัวในปี 2014 นี่คือเกมปริศนาสุดท้าทายในสไตล์ Portal และ Antichamber พร้อมด้วยเรื่องราวไซไฟที่ผ่านกระบวนการคิดและสำรวจความหมายของมนุษยชาติและธรรมชาติของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยสตูดิโอที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างเกมยิง Serious Sam สุดตระการตา

เมื่อ The Talos Principle 2 เปิดตัวเกือบสิบปีหลังจากเกมภาคแรก เราไปจับเข่าคุยกับนักเขียน Jonas Kyratzes และ Verena Kyratzes เพื่อพูดคุยถึงสิ่งใหม่ๆ ที่เกมภาคนี้จะนำเสนอ เหตุใดจึงใช้เวลานานกว่าจะเปิดตัว และการสร้างเกมเกี่ยวกับ AI ในยุค AI เป็นอย่างไรบ้าง

ต่อยอดจาก Serious Sam


ในฐานะแฟรนไชส์ The Talos Principle มีที่มาที่คาดไม่ถึง ใช่แล้ว ซีรีส์ Serious Sam นั่นเอง แนวคิดหลักของ The Talos Principle เกิดจากอาวุธต้นแบบที่ Croteam สร้างให้ Serious Sam 4 ซึ่งเรียกว่า Jammer อาวุธนี้สามารถทำให้สิ่งต่างๆ หยุดใช้งานได้ เช่น สนามพลัง อาวุธ หรือแม้แต่ศัตรูในระยะไกล ในช่วงที่ทดลองเล่นด่านต้นแบบ Croteam ตัดสินใจว่ากลไกที่มีอยู่นั้นสนุกมากพอที่จะเป็นเกมของตัวเองได้ ซึ่งได้นำไปสู่การสร้าง The Talos Principle ภาคแรก

Jonas มองว่าที่มาของเกมภาคต่อนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ความยากอยู่ที่รายละเอียด

ทางทีมทราบตั้งแต่ต้นว่าเนื้อเรื่องของ The Talos Principle 2 จะเป็นอย่างไร "ในแง่จุดยืนการเล่าเรื่อง เรามีแนวทางสำหรับ The Talos Principle 2 พร้อมแล้วตั้งแต่ทำเกมภาคแรก" Jonas กล่าว "คุณลักษณะหลักๆ [ของ The Talos Principle 2] มีการแสดงให้เห็นมาก่อนหน้าแล้วหากคุณสังเกตดีๆ เรารู้ตั้่งแต่ต้นแล้วว่าเรายังไม่จบแค่เพียงเท่านี้ เราได้เล่าเรื่องราวของการเกิดใหม่ของมนุษยชาติใหม่นี้ และเราอยากให้ทุกคนเป็นผู้ดำเนินเรื่องราวที่เหลือ"

The Talos Principle เป็นเกมไซไฟที่มีการพลิกผันเชิงปรัชญา และเกมภาคต่อก็ไม่ต่างกัน เช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ที่คล้ายกันอย่าง System Shock หรือ The Witness เกมจะเริ่มต้นในสถานที่ที่ปิดตาย เหงาหงอย และมีเรื่องราวความเป็นมาที่ลึกลับ

ใน The Talos Principle ภาคแรก คุณได้สำรวจห้องปริศนาที่เงียบสงบมากมาย คู่หูเดียวของคุณคือเสียงที่ไร้ใบหน้าที่เรียกตัวเองว่า Elohim บุคคลลึกลับที่สั่งไม่ให้ผู้เล่นสำรวจหอคอยที่อยู่ที่จุดศูนย์กลางของทุกอย่าง

แม้ว่า The Talos Principle 2 จะยังคงมีห้องพัซเซิลมากมายให้ผู้เล่นได้ไขปริศนา Verena กล่าวว่าในรอบนี้จะมีตัวละครเพิ่มเข้ามามากมายให้ผู้เล่นได้มีปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้า
The Talos Principle 2
"บันทึกเสียงและข้อความใน Terminal จาก The Talos Principle จะกลับมาอีกครั้ง แต่ตอนนี้บันทึกจะมาจากตัวละครที่แตกต่างกันไป" Verena กล่าว "…เนื่องจากว่าเรากำลังเล่าเรื่องเกี่ยวกับสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะแสดงให้ผู้เล่นเห็นสังคมนั้นและมีส่วนร่วมในสังคมดังกล่าว…เกมภาคสองมีตัวละครที่โต้ตอบด้วยได้จำนวนมากขึ้น ซึ่งแต่ละตัวละครจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปเกี่ยวกับโลกใบนี้และอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า แก่นของ The Talos Principle 2 คือเนื้อเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร"

แม้ว่า Jonas กับ Verena จะไม่สามารถเปิดเผยอะไรมากมายเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของภาคต่อนี้ เรารู้ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นในสังคมที่เป็นหุ่นยนต์ทั้งหมด และแลดูเหมือนว่าจะไม่มีมนุษย์เลย ซึ่งเป็นโลกที่ตอนจบของเกมต้นฉบับได้บอกเป็นนัยไว้ ทีมนักเขียนเล่าว่า The Talos Principle 2 เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์เหล่านี้ที่ต้องเผชิญกับคำถามจากสังคมของพวกเขาที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่น มนุษย์มีค่าพอที่จะถูกลอกเลียนแบบตั้งแต่แรกหรือไม่ "พูดง่ายๆ คือ The Talos Principle เกี่ยวกับการกำเนิดของมนุษยชาติที่ไม่ใช่ทางชีวภาพ ส่วน The Talos Principle 2 เป็นเรื่องราวการเติบโตของพวกเขา" Verena กล่าว "สำหรับพวกเรา นี่คือก้าวต่อไปที่สมเหตุสมผล"

แม้ว่าจะเป็นเกมไขปริศนา แต่เกม The Talos Principle ภาคแรกเลือกที่จะมีกลไกที่หลากหลายแทนที่จะมุ่งเน้นวิธีการใดวิธีการหนึ่ง รวมถึงมีอุปกรณ์ที่น่าจดจำที่ให้คุณสร้างตัวเองในเวอร์ชัน "วิญญาณ" ซึ่งจะทำซ้ำการกระทำที่ผ่านมาของคุณอย่างการสลับสวิตช์ และอื่นๆ

Jonas และ Verena กล่าวว่า The Talos Principle 2 จะใช้แนวทางที่คล้ายกัน โดยจะเพิ่มกลไกใหม่ๆ อย่างการใช้แรงโน้มถ่วงและ "การถ่ายโอนจิตใจ" เข้ามาด้วย แต่ไม่ต้องกังวล คุณไม่จำเป็นต้องไขปริศนาทุกอันสำเร็จเพื่อชนะเกม โดยเฉพาะปริศนาระดับ "Gold" สุดหินที่จะท้าทายทักษะการแก้ไขปัญหาของคุณ

"แทบทุกพื้นที่ในเกมจะนำเสนอกลไกใหม่ และการสนองตอบระหว่างกลไกเหล่านั้น" Jonas กล่าว "รากฐานของเกมเพลย์ไม่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่คุณจะได้ทำในภาคใหม่นี้จะเป็นอะไรที่ใหม่ทั้งหมด" เขากล่าวเพิ่มเติมว่า The Talos Principle 2 จะนำ "กลไกที่น่ารำคาญ" บางส่วนออกไปจากเกมภาคแรก แต่เขาไม่ได้บอกเจาะจงว่ากลไกใดบ้าง

คำถามสำคัญ


The Talos Principle ไม่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมอื่นๆ แต่ Jonas กล่าวว่าเกมนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของไซไฟ รวมถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติที่นำมาสู่การสร้างเรื่องราวแนวนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก

"เป็นโลกใหม่ทั้งใบเลย โดยจะมีคุณลักษณะเฉพาะตัวและแปลกใหม่ที่เกิดจากกระบวนการพัฒนาเกมโดยธรรมชาติ" Jonas กล่าว "The Talos Principle 2 ถูกสร้างขึ้นด้วยหลักการที่เป็นไปตามตรรกะภายในตามการออกแบบและเนื้อเรื่องของเกม ทำให้ได้เกมที่รู้สึกคุ้นเคยในหลายมิติ แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง"

แต่ก็ใช่ว่าทีมนักเขียนจะไม่มีแหล่งอ้างอิงนำทางงานเขียนของพวกเขาเลย เขาอ้างอิงถึงเกมของ Sierra ปี 1996 ที่ชื่อว่า Rama ซึ่งอิงตามซีรีส์ไซไฟสุดคลาสสิกของ Arthur C. Clarke อีกที ว่าเป็นแรงบันดาลใจหลักในงานเขียนของเขา "เรื่องนี้ทำให้ผมฝันว่าวันหนึ่งอยากที่จะสัมผัสประสบการณ์เกมที่ผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสำรวจทางวิทยาศาสตร์ไปยังสถานที่ลึกลับ" Jonas กล่าว "ความปรารถนานี้ติดตัวผมมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี"
The Talos Principle 2 2a
Jonas กล่าวว่าเกม The Talos Principle ภาคแรกจะเน้นไปที่คำถามที่เกี่ยวกับปัจเจกชน โดยเฉพาะธรรมชาติของมนุษยชาติ ในทางกลับกัน The Talos Principle 2 จะให้ความสำคัญกับคำถามในระดับสังคมที่ใหญ่กว่า ในช่วงการพัฒนาเกม ทีมนักเขียนไม่ได้มอง AI ว่าเป็นหัวข้อที่จะต้องนำมาถก แต่ Verena อธิบายว่า AI "เป็นเพียงผลข้างเคียง ไม่ใช่ใจความสำคัญของเกมนี้" นอกจากนี้ เขากล่าวว่าทีมเบื้องหลังเกมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ อย่าง AI พวกเขาเลยพยายามหาสมดุลระหว่างมุมมองต่างๆ แบบเป็นกลางที่สุดในการออกแบบโลกหุ่นยนต์ของเกม

"เรารู้สึกว่าสมเหตุสมผลที่จะต่อยอดเรื่องนี้และตั้งคำถามกับสังคมโดยรวม" Verena กล่าว "ปัจเจกชนมีหน้าที่อย่างไรต่อสังคม และในทางกลับกัน สังคมต้องให้อะไรกับปัจเจกชน สังคมมีความรับผิดชอบอะไรบ้างต่อโลกที่อยู่ จากนั้นจะมีหลายคำถามตามมาเกี่ยวกับความคืบหน้า การขยายตัว และธรรมชาติ ความคืบหน้าจำเป็นต้อง "ชั่วร้าย" หรือไม่ ธรรมชาติ "ดี" เสมอไปหรือไม่ เรากำลังเล่าเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่ไม่ใช่ทางชีวภาพ แต่เป็นเครื่องจักร เพราะฉะนั้นมุมมองของพวกเขาต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเป็นอย่างไร รวมถึงความสำคัญของพวกเขาในฐานะผู้รับช่วงต่ออารยธรรมมนุษย์คืออะไร"

ภาคต่อที่เป็นที่จับตารอ


The Talos Principle 2 เปิดตัวเก้าปีหลังจากการเปิดตัวของเกมภาคแรก แน่นอนว่าเราอยากถาม Croteam ว่าทำไมถึงได้ใช้เวลานานเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าแนวคิดของภาคต่อนั้นมีมาตั้งแต่ต้น แต่อย่างที่ Verena กับ Jonas กล่าว ไม่มีความลับใดๆ เกี่ยวกับระยะเวลาการพัฒนาที่ยาวนาน เกมไม่ใช่สิ่งที่สร้างง่ายๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้กระบวนการสร้างซับซ้อนมากขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ผลงานเกมอีกรายการของ Croteam (โดยเฉพาะ Serious Sam 4 กับ The Hand of Merlin) ก็ส่งผลให้การพัฒนาเกมนี้ช้าลงเช่นกัน

"ความท้าทายที่สำคัญที่สุด [ในการสร้าง The Talos Principle 2] คือขนาดของเกม" Jonas กล่าว "เราไม่ใช่สตูดิโอใหญ่ แล้วโลกเกมมีขนาดใหญ่ พรั่งพร้อมด้วยตัวละครและปริศนามากมาย แต่เราพยายามวางแผนให้ออกมาดีที่สุดและทำให้ได้ตามแผน"

Croteam ประสบกับปัญหาอื่นๆ ด้วยในการสร้างเกมนี้ ยกตัวอย่างเช่น Jonas กล่าวว่าการค้นหานักพากย์เสียงที่เหมาะสำหรับบางส่วนของเกมก็ยากกว่าที่คิด แม้ว่าบทบาทสำคัญหลายบทบาทของ The Talos Principle 2 มีการเขียนขึ้นด้วยภาพนักแสดงเฉพาะเจาะจง แต่สำหรับบทของ Alcatraz ผู้ซึ่งเป็นเสียงของความระมัดระวังในเกม ทางทีมงานหาคนที่จะมาเล่นได้ยาก (ในที่สุดบทนั้นกลายเป็นของ Ian Porter ผู้ซึ่ง Jonas กล่าวว่าเป็นคนที่เหมาะสมแล้วสำหรับบทนั้น)

อีกทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการพัฒนาเกมและเครื่องมือการพัฒนาต่างๆ ได้ส่งผลต่อ The Talos Principle 2 ด้วย Jonas เล่าว่าทางทีมได้ใช้ Unreal Engine 5 เพื่อสร้างเกมนี้ ซึ่งทำให้กระบวนการพัฒนาในหลายๆ แง่นั้นง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกมนั้นใหญ่กว่าเกมภาคแรก "ถามว่าถ้าเราจะทำเกมนี้ออกมาเมื่อสิบปีที่แล้วได้ไหม" Jonas กล่าว "ได้ แต่คงดูไม่ดีเท่า"

The Talos Principle 2 พร้อมให้เล่นแล้ววันนี้ที่ Epic Games Store