เกมรีเมค Brothers: A Tale of Two Sons ชุบชีวิตใหม่ให้กับเกมอินดี้สุดคลาสสิก

26.2.2567
โดย Steven T. Wright ผู้เขียน
นานๆ ทีจะมีเกมออกมาจากไหนไม่รู้ (และแม้จะเริ่มจากการเป็นเกมงบน้อย) และทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ในวงการเกม หากคุณยังไม่เคยเล่น Brothers: A Tale of Two Sons มีโอกาสสูงที่คุณเคยเล่นเกมแนวเล่าเรื่องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมนี้มาแล้ว อย่างเช่นซีรีส์เกม A Plague Tale ตอนนี้ด้วยเกมรีเมคที่กำลังมาถึงของ Avantgarden จะช่วยให้เราได้ลองเล่นเกมอินดี้สุดคลาสสิกนี้เป็นครั้งแรกได้อย่างง่ายดาย โดยมาพร้อมการปรับปรุงที่สำคัญในทุกๆ ด้านของเกม ซึ่งแม้แต่แฟนเกมที่รู้จักเกมนี้อยู่แล้วก็สามารถสนุกกับการกลับมาเล่นอีกครั้งได้

Brothers: A Tale of Two Sons ซึ่งพัฒนาโดยทีมเล็กๆ ที่ Starbreeze Studios ที่นำโดยผู้กำกับ Josef Fares เป็นเกมผจญภัยไขปริศนาเล่าเรื่องแนว Ico, Journey และ LIMBO เรื่องราวของเกมตั้งอยู่ในโลกเทพนิยายแสนสวย โดยคุณจะได้ควบคุมตัวละครพี่ชายน้องชายสองคนที่จะเดินทางออกจากหมู่บ้านที่เงียบเหงาเพื่อตามหายารักษาอาการป่วยที่พบได้ยากของพ่อของพวกเขา

Fares ซึ่งตอนนี้เป็นผู้บริหารที่ Hazelight Studios เล่าว่าความชื่นชอบที่เขามีต่อเกม RPG แบบมุมมองจากด้านบนเป็นจุดเริ่มต้นของเกม Brothers: A Tale of Two Sons แต่เขาไม่อยากสร้างเกมที่เลียนแบบเกมแนวนี้ขึ้นมาอีกเกม เขาอยากสร้างเกมที่ "ไม่ใช่เกมธรรมดา" โดยเฉพาะเมื่อเขามีประสบการณ์การเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ด้วย Fares เป็นคนคิดองค์ประกอบที่ทำให้ Brothers แตกต่างจากเกมอื่นๆ นั่นคือ การที่เกมมีตัวละครเป็นสองพี่น้อง คุณอาจคิดว่าเกมนี้จะต้องเป็นเกมแบบเล่นร่วมกัน แต่จริงๆ แล้วคุณจะเป็นคนควบคุมตัวละครทั้งสองโดยใช้จอยเกมเพียงอันเดียว โดยจะใช้แต่ละก้านบนจอยเกมเพื่อควบคุมพี่น้องแต่ละคน
Brothers A Tale of Two Sons Remake 4
Fares เล่าย้อนให้ฟังว่าแนวคิดของเกมผ่านการลองผิดลองถูกมามาก โดยทีมพัฒนาได้สร้างเดโมเกมสองเดโมก่อนที่จะเริ่มการผลิตเกมเต็มรูปแบบ "เป็นเรื่องที่สำคัญมาก นั่นคือภาพรวมของทั้งเกม เป็นแนวคิดทั้งหมด" Fares กล่าว "แนวคิดคือคุณจะควบคุมพี่ชายด้วยก้านซ้ายและน้องชายด้วยก้านขวา... แน่นอนว่าการทำความคุ้นเคยกับการควบคุมทั้งสองคนไปพร้อมกับการใช้มุมกล้องและอีกหลายอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย"

สำหรับ Fares การควบคุมตัวละครสองตัวด้วยก้านจอยเกมสองอันเป็นเรื่องปกติ บางทีอาจเข้าใจได้ง่ายกว่าการใช้ก้านสองอันอย่างที่เกมมุมมองบุคคลที่สามทำมานานหลายปีเสียอีก แต่การไม่มีการควบคุมมุมกล้องโดยตรงจากก้านขวาได้สร้างปัญหามากมายให้กับทีม และเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องปรับปรุงตลอดการพัฒนาเกม Brothers: A Tale of Two Sons

โชคดีที่วิธีการควบคุมที่ไม่ได้เห็นบ่อยนี้ได้เปิดโอกาสให้ทีมได้สร้างปริศนาต่างๆ มากมาย เพราะแม้แต่การตอบโต้ที่ธรรมดาที่สุดก็สร้างความรู้สึกที่แปลกใหม่ได้ด้วยระบบการควบคุมที่แตกต่างนี้ Fares เปรียบเทียบแนวทางออกแบบปริศนาในเกม Brothers กับการมัดเชือกรองเท้าด้วยความช่วยเหลือของคนแปลกหน้า ปกติแล้วการมัดเชือกรองเท้าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แต่เมื่อต้องทำจากมุมมองที่ต่างจากเดิม สิ่งง่ายๆ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

"จริงๆ แล้วตอนแรก ผมไม่คิดว่า [การบังคับตัวละครสองตัว] เป็นสิ่งที่แตกต่างอะไร เพราะผมรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ" Fares กล่าว "คุณมีก้านจอยสองอัน คุณสามารถควบคุมได้สองอย่าง แต่ผมทราบภายหลังว่านั่นเป็นสิ่งเป็นเอกลักษณ์มาก และเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะกลไกนั้นเข้ากันได้ดีกับเนื้อเรื่อง และสามารถรวมเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ได้อย่างลงตัว"
Brothers A Tale of Two Sons Remake 1
Ivan D. Casaril หัวหน้านักออกแบบเกมของ Avantgarden กล่าวว่าเขามีความทรงจำที่ดีจากการเล่น Brothers: A Tale of Two Sons ตอนที่ออกมาครั้งแรก เขากล่าวว่าเป็นเกมดังกล่าวเป็น "ส่วนสำคัญ" ของยุค Xbox Live Arcade ตอนที่เกมอินดี้ที่ดาวน์โหลดได้เริ่มมาสู่คอนโซลเป็นครั้งแรก และเขาเปรียบเกมนี้กับเกมดังๆ อย่าง Braid กับ LIMBO ในฐานะที่เขาเป็นแฟนเกมเป็นเวลานาน เขามีประสบการณ์มากพอที่จะวิเคราะห์ว่าเกม Brothers: A Tale of Two Sons ดั้งเดิมสามารถได้รับการพัฒนาอย่างไรด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยนี้ ในขณะที่ยังคงตัวตนดั้งเดิมของเกมไว้

"ในทุกขั้นตอน เราต้องคำนึงอย่างถี่ถ้วนถึงสิ่งที่จะยกระดับประสบการณ์ของผู้เล่นและรักษาจิตวิญญาณของเกมดั้งเดิมไว้ไปพร้อมๆ กัน" Casaril กล่าว "เราเริ่มทดลองกลไกใหม่ๆ โดยใช้โปรโตไทป์ต่างๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกไอเดียจะได้เข้าไปอยู่ในเกมได้ เป็นเรื่องสำคัญที่จะวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อจังหวะของเกมดั้งเดิมอย่างไร"

Casaril กล่าวว่านอกเหนือจากการปรับโฉมด้านภาพใหม่ทั้งหมด Avantgarden ยังได้กำกับคัตซีนใหม่ ปรับกลไกและปริศนาเล็กน้อย และนำเสนอลูกเล่นใหม่ๆ ให้กับเกม ในภาพรวม เขากล่าวว่าทีมของเขามุ่งเน้นการนำเสนอเกมมากกว่า โดยเฉพาะในแง่ของการปรับจูนการควบคุมและการพัฒนาแอนิเมชัน นอกจากนี้ เกมรีเมคนี้จะนำเสนอโหมดเล่นร่วมกันใหม่ แต่ในการเล่นครั้งแรก เขาแนะนำให้ลองเล่น Brothers: A Tale of Two Sons ในโหมดผู้เล่นคนเดียวแบบคลาสสิกก่อน

"สำหรับเรา Brothers: A Tale of Two Sons ไม่ได้เป็นแค่เกม แต่เป็นการเดินทางในด้านอารมณ์สำหรับผู้เล่น" Casaril กล่าว
Brothers A Tale of Two Sons Remake 8
แม้ว่า Fares ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตเกมรีเมคนี้ เนื่องจากเขาและทีม Hazelight ที่เหลือนั้นกำลังทำงานหนักกับภาคต่อของ It Takes Two ซึ่งได้รับรางวัลเกมแห่งปีในงานประกาศรางวัล Game Awards 2021 แต่เขาได้ร่วมหารือกับทีมฝ่ายสร้างสรรค์หลายต่อหลายครั้งในช่วงนั้น Fares กล่าวว่าเขา "ดีใจมาก" ที่เกมรีเมคนี้กำลังจะเปิดตัว และเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ที่ทำงานสร้างสรรค์จะอยากพัฒนาทุกส่วนของเกม แม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้วหลายปี

"เราจะอยากเปลี่ยนอะไรมากมาย" เขากล่าว "เราจะรู้สึกว่า "เฮ้ย เราน่าจะทำสิ่งนี้ได้ดีกว่านี้ สิ่งนั้นน่าจะดีกว่านี้ได้" อย่าลืมว่าทีมที่เรามีตอนนั้นยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก และนั่นคือเกมแรกของผมเช่นกัน ผมอยากให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายน้องชายมีการโต้ตอบกันมากกว่านี้ ผมอยากให้มุมกล้องดีกว่านี้ ผมอยากให้ภาพในเกมดีกว่านี้ ทุกอย่างเลย แต่ในเกมรีเมค หลายสิ่งที่กล่าวมานี้มีการพัฒนาจริงๆ ผมเลยหวังว่าผู้คนจะสนุกกับเกมรีเมคของ Brothers มากกว่าต้นฉบับด้วยซ้ำ"

ในส่วนของ Casaril เขามองว่า Brothers: A Tale of Two Sons ไม่ได้เป็นเพียงเกมอินดี้ยอดฮิต แต่เป็นหลักเป้าหมายสำคัญสำหรับวงการเกมโดยรวม เขาชี้ให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ของโทนเกมว่าเป็นข้อดีที่สำคัญข้อหนึ่งของเกม โดยเกมจะเริ่มด้วยเสน่ห์ความน่ารักที่หลายคนคาดหวังจากเทพนิยายสมัยใหม่ จากนั้นจะเริ่มมืดมนลงในแบบฉบับของ Brothers Grimm เช่นเดียวกันกับหลายๆ คน เขาชื่นชมวิธีที่ Brothers: A Tale of Two Sons รวมกลไกที่มีเอกลักษณ์ของเกมเข้าไปในการพลิกแพลงของเนื้อเรื่อง โดยสร้างอารมณ์ที่ทรงพลังและหาไม่ได้ในสื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่วิดีโอเกม

"Brothers: A Tale of Two Sons ถือว่าเป็นเกมนำร่องเกมหนึ่งของยุคนั้น" Casaril เขียน "เกมนี้เป็นการผันเปลี่ยนที่สำคัญจากการมองเกมว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อ "ความสนุก" มาเป็นสื่อที่ทรงพลังสื่อหนึ่งที่มีปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์กับผู้เล่น"
Brothers A Tale of Two Sons Remake 7
บางส่วนของทีมหลักที่ทำเกม Brothers ยังคงทำงานร่วมกับ Fares ที่ Hazelight ด้วยเหตุนี้ Fares จึงถือว่า Brothers เป็น "เกม Hazelight" ในนัยหนึ่ง เขารู้สึกว่าผู้เล่นสามารถเห็นดีเอ็นเอของ Brothers ในโปรเจ็กต์อื่นๆ ของสตูดิโอ เช่น A Way Out ซึ่งเป็นเกมหนีออกจากคุกแนวสยองขวัญแบบเล่นร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงแรก นักพัฒนาคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับ Fares ที่อยากเพิ่มกลไกที่หลากหลายในมินิเกมต่างๆ ของ Brothers: A Tale of Two Sons แต่ตอนนี้เขามองว่านี่เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ Hazelight

เหนือทุกสิ่ง Fares ภูมิใจที่ทีม Brothers สามารถถ่ายทอดการพัฒนาของตัวละครในรูปแบบที่ใช้ประโยชน์จากระบบการควบคุมที่มีเอกลักษณ์ของเกม รวมถึงใช้ข้อได้เปรียบของเกมในภาพรวม

"คุณทำแบบนั้นไม่ได้ในภาพยนตร์ ผมว่านั่นเป็นสิ่งที่จุดประกายผู้เล่นหลายคนตอนที่รู้ว่า "โอ้โห ฉันกำลังเติบโตในฐานะตัวละครผ่านการโต้ตอบเหล่านี้"" Fares กล่าว "แม้แต่ทุกวันนี้ ผมได้รับจดหมายจากแฟนเกม จากคนที่เล่นเกมนี้ ว่าพวกเขาชอบมาก ผมภูมิใจกับเกมแรกที่ผมสร้าง ภูมิใจมากสุดๆ จริงๆ"

วงการเกมได้เข้าสู่ยุคที่เกมดังแทบทุกเกมสามารถรับการรีเมคได้หากทุกอย่างเหมาะเจาะลงตัว แม้ว่า Fares มองว่า "ยุครีเมค" นี้ดีสำหรับนักเล่นเกม แต่โดยส่วนตัวแล้ว เขาบอกว่าเขาชอบการนำเกมใหญ่ๆ ในอดีตมา "จินตนาการใหม่" มากกว่า โดยเขายกตัวอย่างเกม Final Fantasy VII Remake ถึงกระนั้น Fares ก็รับรู้ว่าการรีเมคแบบตรงๆ สำหรับเกมคลาสสิกต่างๆ อย่าง The Legend of Zelda: Ocarina of Time เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นใหม่ๆ ได้สัมผัสเกมนั้นเป็นครั้งแรก

Casaril มีมุมมองที่คล้ายกัน โดยเน้นย้ำว่าเกมรีเมคเป็นวิธีสำคัญในการเก็บรักษาประวัติศาสตร์และช่วยให้เกมคงอยู่ต่อไป อีกทั้งเปิดโอกาสในการพัฒนาบางส่วนของเกมที่นักออกแบบอย่าง Fares อยากที่จะกลับไปทำให้ดีขึ้นโดยใช้ประสบการณ์ที่ตนได้สั่งสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

"แน่นอนว่าเกมอย่าง Braid, Fez และ Soma ต่างมีอิทธิพลที่ยืนยาวในอุตสาหกรรมเกม โดยแต่ละเกมนำเสนอองค์ประกอบที่โดดเด่นให้กับประสบการณ์การเล่นเกม" Casaril กล่าว "ความคิดที่จะทำเกมรีเมคที่จะแนะนำเกมเหล่านี้ให้กับผู้เล่นสมัยใหม่เป็นความคิดที่น่าสนใจ เกมรีเมคสามารถเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างผู้เล่นจากยุคต่างๆ ซึ่งจะช่วยรับรองว่าประสบการณ์ที่เป็นนวัตกรรมและความน่าจดจำที่ได้รับจากเกมเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและสัมผัส ยิ่งอุตสาหกรรมเกมมีวิวัฒนาการไป เกมรีเมคกลายเป็นวิธีการที่สำคัญในการเก็บรักษาและเฉลิมฉลองตำนานของเกมที่มีอิทธิพลเหล่านี้"
Brothers A Tale of Two Sons Remake 6
ในภาพรวม เห็นได้ชัดว่า Fares มองว่า Brothers: A Tale of Two Sons เป็นเกมที่ทำให้เขาและ Hazelight กลายเป็นที่รู้จัก และเกมนี้จะเป็นความทรงจำดีๆ ของเขาเสมอ

"ผมมั่นใจว่าทีมที่ทำเกม A Plague Tale ได้รับแรงบันดาลใจจาก Brothers เพราะพวกเขาพูดเองในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง" Fares กล่าว "ผมภูมิใจมาก ผมหวังว่า Brothers จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนาคนอื่นๆ และส่งผลต่อมุมมองของพวกเขาต่อเกม สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับในฐานะนักพัฒนาคือการได้สร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน และได้ทำสิ่งที่ดีให้กับวงการเกมโดยรวม หากผมสามารถเป็นหนึ่งคนที่ผลักดันความสร้างสรรค์นี้ไปข้างหน้าได้ ผมจะดีใจมาก"

"Brothers เป็นเกมที่ผมภาคภูมิใจมาก" เขากล่าวต่อ "เกมนี้ทำให้ผมสามารถมีบริษัทของตัวเอง มีทีมที่ยอดเยี่ยม และเราได้สร้างเกมดีๆ ให้คนได้สนุกกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว"

แม้ว่าเราไม่รู้ว่าเกมต่อไปของ Hazelight จะออกมาเมื่อไร แต่พวกเขากำลังสร้างเกมนั้นด้วยความตั้งใจอย่างแน่นอน และตอนนี้ต้องขอบคุณเกมรีเมค Brothers: A Tale of Two Sons ของ Avantgarden ที่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ได้รู้จักเกมนี้ รวมถึงผู้เล่นที่เคยเล่น It Takes Two แล้วสนใจประวัติความเป็นมาของสตูดิโอที่สร้างเกมนี้

เกมรีเมค Brothers: A Tale of Two Sons จะเปิดตัวใน Epic Games Store ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์