ข่าว

ประสบการณ์ตรงกับความหลอกหลอนที่คืบคลานเข้ามาใน End of Abyss

B
Brian Crecente
10 มิ.ย. 2568

เกมแอ็กชันผจญภัยมุมมองไอโซเมตริกอย่าง End of Abyss นั้นมีบรรยากาศอันมืดหม่นและน่าพรั่นพรึง จนแทบไม่อยากเชื่อว่าจุดกำเนิดของเกมนี้เคยมีทิศทางที่สดใสกว่ามาก และไม่ได้ชวนหลอนขนาดนี้เลยสักนิด

"ตอนแรกก็จะเป็นเน้นไปทางเกมแอ็กชันนั่นแหละ แล้วค่อยผันมาเน้นด้านความสยองขวัญ" Mattias Ottvall ผู้ร่วมสร้าง End of Abyss และฝ่ายเทคนิคของ Section 9 Interactive กล่าว "Marcus (Ottvall) และ Gustaf (Heinerwall) ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นฝ่ายกำกับศิลป์ของ Little Nightmares พอพวกเขาเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แนวทางของเกมก็เริ่มชัดเจนขึ้น แบบว่าโอเค เกมนี้จะเป็นเกมที่เน้นบรรยากาศ ตัวละครที่เคยมีสไตล์อนิเมะมาก่อน ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นมนุษย์ที่ดูสมจริงมากขึ้นด้วย"

End of Abyss SGF Demo ภาพหน้าจอ 6

เกมนี้เกิดจากเกมต้นแบบชิ้นหนึ่งที่พี่น้อง Mattias และ Marcus สร้างขึ้น

"ผมกับ Marcus น้องชายของผมชอบสร้างเกมต้นแบบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว" Mattias Ottvall กล่าว "เราชอบโดดไปทำโปรเจกต์ต่างๆ ที่ตอนนั้นเราคิดว่าสนุก แต่พอ Gustaf เข้ามาร่วมด้วย เราก็เลือกหยิบหนึ่งในนั้นมาพัฒนาต่ออย่างจริงจัง"

การที่ Gustaf เข้ามาช่วยกำหนดทิศทางงานศิลป์และปรับจังหวะของเกมให้ช้าลงเพื่อมุ่งเน้นไปที่การสำรวจมากขึ้น ช่วยผลักดันให้เกมมีความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

"ผมว่าบรรยากาศกับการสำรวจช่วยเติมเต็มจังหวะการเล่นอย่างมาก และทำให้คุณต้องหาทางไปต่อท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างๆ" Ottvall กล่าว "และยังช่วยทำให้เกิดความรู้สึกประมาณว่า 'โอเค ฉันกำลังจะไปที่ห้องใหม่ ต้องเลี้ยวหัวมุมนี้' โดยที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า"

Ottvall ยังเสริมอีก ว่าทีมได้ตัดสินใจสร้างเกมในมุมมองไอโซเมตริกแบบเล่นคนเดียว เพราะพวกเขาหลงใหลในเกมคลาสสิกยุค NES อย่าง Metroid และ Zelda

"เราชอบการเล่าเรื่องแบบเรียบง่ายที่เน้นเกมเพลย์และการสำรวจเป็นหลัก" เขากล่าว "เพราะโลกเหล่านี้มักเต็มไปด้วยความลับและตัวละครที่น่าสนใจ"

"แต่เราก็ได้แรงบันดาลใจจากอนิเมะด้วย แค่ในส่วนของการออกแบบมอนสเตอร์ สถานที่ขนาดใหญ่ และก็ตัวละครเท่ๆ"

เขายกตัวอย่างอนิเมะ เช่น Akira และ Ghost in the Shell ซึ่งยังเป็นที่มาของชื่อสตูดิโอ Section 9 อีกด้วย



ตัวอย่างแรกของเกมที่เปิดตัวในงาน Summer Game Fest สร้างบรรยากาศสยองขวัญได้อย่างดีเยี่ยม ในตัวอย่าง ฉากที่ถ่ายแบบมุมกล้องระยะไกลแสดงให้เห็นภาพค่อยๆ เลือนและตัดไปยังฉากที่ร่างของผู้คนกำลังเดินออกจากห้อง โดยมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยส่องผ่านความมืดสีน้ำเงินอมเทารอบตัว 

เสียงชวนขนลุกที่พูดออกมาเป็นภาษาแปลกประหลาดดังขึ้นในขณะที่คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งกำลังเดินข้ามสะพานที่ทอดยาวภายในสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นโพรงขนาดใหญ่  เสียงนั้นกล่าวว่า "เราเฝ้ารอคุณอยู่" ในขณะเดียวกันก็ตัดภาพไปยังซีนต่างๆ ในมุมมองแบบไอโซเมตริก ซึ่งแสดงให้เห็นตัวละครหลักอย่าง Cel ที่กำลังสำรวจพื้นที่พร้อมกับปืนในมือ ในอีกซีนหนึ่ง Cel ใช้เครื่องมือที่ยิงลำแสงเลเซอร์ไปทั่วห้องข้างหน้าเธอเพื่อสแกนหาอะไรบางอย่าง

มันเป็นวิดีโอที่ดูแล้วชวนหลอนก็จริง แต่ตอนเล่นกลับทำให้รู้สึกชวนหลอนเสียยิ่งกว่า

ก่อนที่เราจะได้เข้าไปทดลองเล่น End of Abyss ทาง Ottvall ก็เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวเบื้องหลัง

"คุณจะได้รับบทเป็น Cel ทหารช่างหญิงที่ร่วมทีมสำรวจลงไปในอาคารใต้ดินของโลกที่ถูกทิ้งร้าง" เขากล่าว "คุณถูกส่งมาให้ทำภารกิจที่นี่ เพราะคุณตรวจพบข้อความหรือสัญญาณรบกวนที่ไม่ทราบที่มา และคุณต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังสถานที่แห่งนี้"

ในขณะที่ผู้เล่นรู้อยู่แล้วว่ากำลังลงไปสำรวจใต้ดิน แต่พวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

"คุณแค่รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ" เขากล่าวเสริม "คุณรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้าง และด้วยความเป็นเกมสยองขวัญ คุณก็พอรู้ได้ว่าทุกอย่างมันจะเลวร้ายลงแน่นอน และคุณยังรู้ด้วยว่ามีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับปรสิตบางชนิดได้เข้ายึดครองที่นี่แล้ว" 

การควบคุมในเกมค่อนข้างเรียบง่าย คุณจะได้เดินสำรวจห้องและทางเดินมืดๆ ภายในเกม พร้อมถือปืนในมือ และพยายามคลี่คลายปริศนาในสถานที่แห่งนี้ คุณสามารถเปลี่ยนอาวุธกับสแกนเนอร์ได้อย่างรวดเร็วด้วยปุ่มทิศทาง และกลิ้งหลบการโจมตีของสัตว์ประหลาดได้ 

สัตว์ประหลาดที่คุณต้องเผชิญจะน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณดำดิ่งลึกลงไปในห้องโถงอันมืดมิดของสถานที่แห่งนี้ รูปร่างของพวกมันได้รับอิทธิพลจากหนังสยองขวัญที่ทวีคูณความหลอนขึ้นเรื่อยๆ อย่าง แหวกมฤตยู อสูรใต้โลก ในตอนแรก พวกมันอาจดูเหมือนสัตว์ประหลาดสองขารูปร่างคล้ายมนุษย์ และมีอะไรสักอย่างที่ดูเป็นเหมือนเนื้อเยื่อเติบโตขึ้นตรงส่วนหัว แต่ต่อมา ก็จะมีสัตว์ประหลาดที่เดินแบบไต่ตะกุย ซึ่งดูเหมือนลูกผสมระหว่างแมงมุมกับมือมนุษย์ร่วงลงมาจากเพดานแล้วพุ่งเข้าหา Cel
End of Abyss SGF Demo ภาพหน้าจอ 1

การออกแบบเกมยังได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เอเลี่ยนนิดหน่อยเช่นกัน Ottvall กล่าว เห็นได้ชัดๆ เลยก็ตอนที่ได้เริ่มใช้สแกนเนอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่ใช้แสงเลเซอร์หลายๆ สายกวาดไปทั่วห้อง ให้ความรู้สึกคล้ายกับฉากเปิดในภาพยนตร์เอเลี่ยน ที่มีการส่งโดรนเข้าไปค้นหายานที่ Ellen Ripley อยู่ในแคปซูลจำศีล

การกดปุ่มทิศทางจะเป็นการสลับไปใช้สแกนเนอร์ที่ทำให้เราเช็คภายในห้องเพื่อหาเบาะแสได้ คุณยังสามารถใช้สแกนเนอร์เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมของสัตว์ประหลาดต่างๆ ภายในเกมได้อีกด้วย

"เราพยายามให้ใช้สแกนเนอร์บ่อยๆ เพื่อให้ผู้เล่นหาข้อมูลจากสภาพแวดล้อมได้" Ottvall กล่าว "เราอยากใช้วิธีเล่าเรื่องแบบอ้อมๆ ซึ่งเครื่องมือนี้ทำให้เราสามารถอธิบายถึงสิ่งของต่างๆ ในสภาพแวดล้อมได้ แทนที่จะมีใครสักคนมาคอยบอกคุณว่าคุณกำลังค้นหาข้อมูลอยู่นะ"

ตัวเกมยังหยิบยืมองค์ประกอบบางส่วนของเกมตะลุยด่านแบบสองมิติ ซึ่งผู้เล่นจะได้ออกค้นหาความลับ ปลดล็อกอุปกรณ์ใหม่ๆ เพื่อดำเนินเกมต่อไป และย้อนกลับไปยังพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นเกมเพลย์ที่ให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินกับอิสระเป็นอย่างมาก 

ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้เล่นเกมนี้ เราได้สำรวจทั้งสำนักงานและห้องพักนอนหลับที่ทั้งว่างเปล่าแล้วก็มืดมิด ได้ลอดผ่านช่องระบายอากาศ และเข้าไปในระบบท่อระบายน้ำ แล้วเราก็ตายไปสองสามรอบด้วย แต่ละครั้งที่ตาย เรากลับมาเกิดใหม่ในห้องใกล้ๆ กันที่เปิดออกและเผยร่างใหม่ของเรา แม้ว่ามอนสเตอร์จะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหลังจากที่เราตาย แต่ความคืบหน้าจะยังคงอยู่เหมือนเดิม เช่น ประตูที่เปิดไปแล้ว หรือสถานที่ที่เราได้สำรวจไปแล้วก็จะยังคงสามารถเข้าไปได้อยู่

Ottvall กล่าวว่า ตัวเดโมนี้เป็นเพียงแค่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ของเกมในโหมดเล่นคนเดียวที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเท่านั้น เขาเองยังไม่แน่ใจว่าเกมตัวเต็มจะมีความยาวแค่ไหน แต่เขาก็กล่าวก็ว่าเมื่อเกมเสร็จสมบูรณ์แล้ว เวลาในการเล่นอาจแตกต่างกันไปตามวิธีเล่นของแต่ละคน และขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นมุ่งเน้นไปที่เนื้อเรื่องหลักมากน้อยแค่ไหน ช่วงสุดท้ายของเราจบลงที่การต่อสู้กับบอส ซึ่งเต็มไปด้วยการกลิ้งหลบ ยิงต่อสู้ด้วยปืนพกและปืนลูกซอง และก็ตายไปหลายครั้งด้วย

แม้ตอนนี้ End of Abyss จะยังไม่มีการกำหนดวันวางจำหน่ายที่แน่ชัด แต่ Ottvall กล่าวว่า ทีมพัฒนาตั้งใจที่จะทำให้เกมเสร็จสมบูรณ์ภายในปีหน้า คุณสามารถเพิ่มลงในรายการที่ชื่นชอบได้ในตอนนี้เลย