
ผู้พัฒนา Lords of the Fallen II รู้ว่าภาคต่อต้องปรับปรุงส่วนใดบ้าง

ย้อนกลับไปในปี 2023 CI Games ได้เปิดตัว Lords of the Fallen เกมแนวโซลที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน ซึ่งได้ก้าวเข้ามาสู่ตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่งอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวเกมมาพร้อมกับคุณลักษณะพิเศษมากมายที่สร้างความโดดเด่น โดยเฉพาะ กลไก Umbral ของเกม ซึ่งเป็นโลกอีกเวอร์ชันหนึ่งที่มีตัวเลือกการเดินทางที่แตกต่างกัน ศัตรูที่ไม่เหมือนใคร และมีทางเลือกน้อยลงในการหลีกเลี่ยงความตายที่อาจมาเยือน คุณสามารถแอบมองโลกมิติที่สองนี้ได้จากด้านนอก หรือจะก้าวเข้าไปทั้งตัวเลยก็ได้ ซึ่งบังคับให้ผู้เล่นต้องเข้าสู่การผจญภัยในเวอร์ชันที่บิดเบี้ยว จนกว่าพวกเขาจะหาทางกลับสู่โลกแห่งแสงสว่างได้สำเร็จ
Lords of the Fallen II ซึ่งประกาศเปิดตัวเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาในงาน gamescom Opening Night Live นับว่าต้องแบกรับความคาดหวังไว้สูงมาก เกมภาคแรกในปี 2023 นั้นมีไอเดียที่ยอดเยี่ยมมากมาย แต่ก็ไม่ค่อยยากเท่ากับเกมส่วนใหญ่ในแนวเดียวกัน และต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักในทันที อันเนื่องมาจากความซับซ้อนในการออกแบบด่าน และการวางตำแหน่งกลุ่มศัตรูที่ดุดันเกินไป
ผมได้นั่งคุยกับ David Valjalo นักวางกลยุทธ์กลุ่มงานครีเอทีฟ ของ CI Games ล่วงหน้าก่อนงาน gamescom เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lords of the Fallen II และสิ่งที่ผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมภาคปี 2023 สามารถคาดหวังได้จากภาคต่อที่กำลังจะมาถึง

แม้วิดีโอตัวอย่างของ Lords of the Fallen II จะเป็นเพียงภาพยนตร์เปิดตัวมากกว่าที่จะนำเสนอเกมเพลย์จริงๆ แต่ในตัวอย่างก็ดูเหมือนจะมีฉากที่ NPC พูดคุยกับ Lampbearer ตรงๆ ด้วย ซึ่งนับว่าสิ่งที่ค่อนข้างหาได้ยากในภาคก่อนหน้า ผมได้ถาม Valjalo ว่านี่เป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการที่ LOTF 2 จะใช้ในการนำเสนอเนื้อเรื่องหรือไม่
"นั่นเป็นคำถามที่ดีมาก ผมคงไม่พูดว่าเราจะเน้นไปที่คัตซีนมากขึ้น แต่สำหรับภาคนี้ เราให้ความสำคัญกับการทำเนื้อเรื่องให้ 'ลงตัว' อย่างแน่นอน"

"ผมคิดว่าสำหรับ Lords of the Fallen 2023 หรือเกมภาคที่แล้วนั้น หนึ่งในสิ่งที่เรารู้ว่าคอมมูนิตี้ไม่ค่อยพอใจ และนักวิจารณ์หลายคนก็แสดงความคิดเห็นไว้ก็คือ เนื้อเรื่องของเกมค่อนข้างทื่อและดูซับซ้อน ทั้งยังผูกเข้ากับการเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อม ซึ่งก็ดูทื่อๆ และซับซ้อนมากเช่นกัน เราคิดว่าทั้งหมดนี้จะรวมกันจนกลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและน่าติดตามมาก แต่บางครั้งก็อาจสร้างความสับสนได้เช่นกัน"
"ดังนั้นสำหรับภาคนี้ ความชัดเจนคือหัวใจสำคัญ การให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องครั้งนี้จึงเป็นการทำให้แน่ใจว่าเราจะเล่าเรื่องราวที่ดีออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย และตรงไปตรงมา"
อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ Lords of the Fallen 2023 ในช่วงเปิดตัวนั้นมีเกมเพลย์ที่ง่ายกว่าเกมโซลร่วมสมัยเกมอื่นๆ พอสมควร ผมได้ถาม Valjalo ว่าข้อเสนอแนะจากผู้เล่นในเรื่องนี้เป็นอย่างไร และมันเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นการแก้ไขในภาคต่อหรือไม่
"ใช่แล้ว เรื่องความยาก เราสามารถจัดสัมภาษณ์เรื่องระดับความยากเรื่องเดียวได้ทั้งตอนเลยนะ"
"มันเป็นประเด็นร้อน และเป็นประเด็นคลาสสิกสำหรับเกมแนวโซล ทว่าประเด็นสำคัญของเกมแนวโซลก็คือ คุณจะได้รับข้อเสนอแนะที่หลากหลาย และแตกต่างกันไป"
"ตัวอย่างเช่น บางคนรู้สึกว่าความหนาแน่นของกลุ่มศัตรู หรืออะไรทำนองนั้น มันเยอะเกินไปในช่วงเริ่มต้น ดังนั้น เราจึงได้ทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนในส่วนนั้น"
"สิ่งที่น่าสนใจของ Lords of the Fallen 2023 คือเราใช้เวลาเกือบ 18 เดือนในการปรับปรุงแก้ไข ปรับจูน และปรับสมดุลมันใหม่ ซึ่งทั้งหมดมารวบยอดอยู่ในการอัปเดต V 2.0 เมื่อสองสามเดือนก่อน"
"ผลก็คือ เราได้ปรับสมดุล และจูนเกมในแง่ของความยากมาตลอดเกือบ 18 เดือนเหมือนกับเป็นเกมบริการออนไลน์เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้สึกว่าเราได้ทำให้ Lords of the Fallen 2023 อยู่ในจุดที่ดีมากๆ แล้ว และคอมมูนิตี้ส่วนใหญ่ก็พอใจกับมัน"
"แน่นอนว่ามันยังมีหนทางที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ เรายังคงพยายามปรับปรุงแก้ไขมันไปเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาสำหรับเกมภาคต่อไปก็คือ เราตั้งใจที่จะทำให้ระดับความยากมีความลงตัวตั้งแต่วันแรกที่เกมวางจำหน่าย"

และนั่นคือความท้าทายครั้งใหญ่ ใช่ไหมล่ะ มันไม่มีคำตอบที่ง่าย หรือตายตัวเลยว่าความยากที่เหมาะสมสำหรับเกมแนวโซลคืออะไร บางคนอยากให้มันยากแบบหฤโหด
บางคนก็อยากให้มันมีตัวเลือกแบบง่ายๆ
"เรามุ่งมั่นที่จะทำให้เกมนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาคต่อจริงๆ ในแง่ที่ว่า เกมนี้จะสานต่อจากจุดที่ Lords of the Fallen 2023 เป็นอยู่ในตอนนี้"
"ดังนั้นในแง่ของความยาก ผมบอกได้เลยว่า ถ้าคุณเล่น Lords of the Fallen 2023 จบ คุณจะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเกมภาคต่อไป"
"นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะง่ายขึ้นหรือยากขึ้นนะ เพียงแต่เราพยายามเรียนรู้ที่จะปรับระดับความยากให้ดี"
"และพูดตามตรงเลย หนึ่งในสิ่งที่เรากำลังทำกับเกมในตอนนี้คือการทดสอบมันอย่างหนักหน่วง ใช่แล้ว เรากำลังทดสอบเกมภายในบริษัท พร้อมทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภายนอก
เราได้ร่วมงานกับหนึ่งในเอเจนซี่ที่เคยทำงานในเกมบางเกมของ FromSoftware ด้วย เราจำเป็นต้องปรับโค้งความยากนี้ให้เหมาะสำหรับผู้เล่นจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวันเปิดตัวจริงๆ"

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Lords of the Fallen 2023 มีความโดดเด่นในแง่ของความยากคือวิธีที่ระบบ Umbral ของเกมทำหน้าที่เหมือนเป็นกลไกตาข่ายเซฟตี้ในเกม หากผู้เล่นอยู่ในโลกแห่งแสงสว่างในเกม และพลังชีวิตหมดลง พวกเขาจะถูกดึงเข้าไปใน Umbral พร้อมกับหลอดพลังชีวิตใหม่ แทนที่จะตายในทันที ซึ่งเป็นการให้โอกาสครั้งที่สองแก่ผู้เล่นในการเอาชีวิตรอดจากการต่อสู้นั้น
ผมถาม Valjalo ว่าตาข่ายเซฟตี้ Umbral นี้จะกลับมาใน Lords of the Fallen II หรือไม่ และจะมีกลไกใหม่ๆ ในภาคต่อที่ทำหน้าที่คล้ายกันนี้หรือไม่
"นี่เป็นวิธีการมองภาพที่ดีมาก มันคือตาข่ายเซฟตี้จริงๆ มันเป็นเหมือนโอกาสครั้งที่สอง ใช่ไหมล่ะ ถึงแม้มันจะเหมือนกับการส่งคุณไปลงนรกในเวลาเดียวกันก็เถอะ ดังนั้น มันจึงมีความย้อนแย้งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Umbral อยู่"
"สิ่งที่ผมบอกได้ก็คือ Umbral จะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และดีกว่าที่เคย แค่นี้ก็คงชัดเจนแล้วนะ ใช่แล้ว คุณจะได้ไปที่ Umbral และมันจะมอบสิ่งนั้นให้คุณ ถ้าคุณอยากจะเรียกมันว่าตาข่ายเซฟตี้"

ใน Lords of the Fallen 2023 ดินแดน Umbral เป็นแนวคิดที่ใหม่มาก โดยตัวละครของผู้เล่นจะได้สำรวจโลกที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนี้ในฐานะผู้สังเกตการณ์จากภายนอก ซึ่งจากข้อมูลของ Valjalo ความสัมพันธ์กับ Umbral นี้กำลังจะเปลี่ยนไปใน Lords of the Fallen II
"หนึ่งในวิธีที่ผมชอบใช้อธิบายเกมนี้ก็คือ ภาคนี้เปรียบเสมือน Empire Strikes Back ของเรา"
"มันเป็นภาคต่อที่ดาร์กขึ้น ลุ่มลึกขึ้น และมีเดิมพันที่สูงขึ้น นองเลือดยิ่งกว่าเดิม ผลที่ตามมาที่ชัดเจนขึ้น และบรรยากาศก็หนักอึ้งขึ้น ดังนั้น เมื่อพูดถึง Umbral ถ้า Lords of the Fallen 2023 คือการก้าวเข้าไปใน Umbral เกมนี้คือการที่ Umbral จะก้าวเข้ามาในตัวคุณ และผลที่ตามมาของมันก็คงจะชัดเจนในตัวของมันเอง"

หนึ่งในคำวิจารณ์ที่ปรากฏในรีวิวบางส่วนของ Lords of the Fallen 2023 คือการออกแบบด่านที่ซับซ้อนเกินไป โดยมีประตูที่เปิดได้ทางเดียว และเส้นทางที่เชื่อมต่อกันจำนวนมาก ซึ่งจากที่ Valjalo กล่าวมา ดูเหมือนว่าทีมพัฒนาได้รับฟังความคิดเห็นนั้น และนำมาปรับปรุงในภาคต่อแล้ว
"หนึ่งในสิ่งที่เราพยายามอย่างหนักใน Lords of the Fallen 2023 คือการสร้างส่วนผสมที่ลงตัวสมบูรณ์แบบอย่างที่ FromSoftware ทำได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความอยากรู้อยากเห็น การเล่าเรื่องที่ลึกลับซับซ้อน ซ้อนทับอยู่บนโลกที่เล่าเรื่องราวในตัวของมันเอง และทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันหมด"
"เราเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดมาก ว่าการทำแบบนั้นมันยากแค่ไหนกับ Lords of the Fallen 2023 เราไม่ต้องการทำผิดพลาดซ้ำเดิม และผมขอยืนยันว่าเราจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำเดิมแน่นอน และผมยังบอกอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้"
"แต่ก็ ถ้าคุณเคยหลงทางใน Lords of the Fallen 2023 และรู้สึกว่าแผนที่ที่เชื่อมต่อกันนั้นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อพอๆ กับที่คุณสนุกกับมัน ผมคิดว่าคุณจะต้องพอใจกับสิ่งที่เราทำในเกมภาคต่อไปอย่างแน่นอน เพราะเรากำลังแก้ไขปัญหานั้นโดยตรง"
อีกแง่มุมหนึ่งที่ทำให้ Lords of the Fallen 2023 โดดเด่นจากเกมโซลอื่นๆ ในแนวเดียวกันคือ วิธีการนำเสนอโหมดมัลติเพลเยอร์ ซึ่งอนุญาตให้เล่นร่วมกันได้ตลอดทั้งแคมเปญ แทนที่จะเป็นการอัญเชิญผู้เล่นมาช่วยสู้บอสเท่านั้น และในภายหลังยังได้เพิ่มระบบ Friend Pass เพื่อให้ชวนเพื่อนมาผจญภัยร่วมกันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
ผมถาม Valjalo ว่า เขายังให้ความสำคัญกับโหมดมัลติเพลเยอร์นี้จะกลับมาในภาคต่อหรือไม่ และ Friend Pass จะมีให้ใช้ตั้งแต่วันเปิดตัวเลยหรือเปล่า
"เส้นทางที่เราผ่านมากับ Lords of the Fallen 2023 คือเราเปิดตัวเกมไป แล้วเราก็ตระหนักว่าผู้คนรักโหมด co-op มากแค่ไหน จากนั้นเมื่อสองสามเดือนก่อนเราก็ได้เปิดตัวอัปเดต V 2.0 ซึ่งมีระบบ Friend Pass ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมอย่าง Split Fiction และเกมอื่นๆ ในทำนองนั้น"
"ผู้เล่นดูจะชอบมันมาก และข้อมูลกับสถิติก็ชี้ชัดว่าผู้เล่นรักโหมดแคมเปญ co-op จริงๆ ดังนั้น เราตั้งใจที่จะมีระบบนั้นตั้งแต่วันแรกในเกมภาคต่อไป"
แล้วนั่นรวมถึงเป้าหมายที่จะมีระบบอย่าง Friend Pass ให้ใช้ตั้งแต่วันแรกด้วยหรือเปล่าครับ
"เท่าที่ผมทราบคือยังไม่มีนะ" Valjalo กล่าว

Valjalo พูดถึง FromSoftware หลายครั้งระหว่างการพูดคุยของเรา ผมจึงอยากรู้ว่าทีมงานรับมืออย่างไรกับความจริงที่ว่าเกมของพวกเขาจะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับบริษัทที่เป็นผู้สร้างมาตรฐานของวงการนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
"นั่นเป็นประเด็นและหัวข้อสนทนาที่ดีมากเลย ผมคิดว่าสิ่งที่ชัดเจนสำหรับผมคือ... โอ้ Demon's Souls ภาคแรกมันเปิดตัวปีไหนนะ น่าจะประมาณปี 2008 หรือ 2009 แหละ อะไรทำนองนั้น"
"ผมว่ามันชัดเจนว่าเกมของ FromSoftware ไม่ได้เป็นแค่เกมธรรมดา พวกเขาได้สร้างนิยามใหม่ให้กับเกม RPG ไปอีก 20, 30, หรืออาจจะ 50 ปีข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น มันจึงเหมือนกับการยอมรับความจริงในข้อนั้นให้ได้นั่นแหละ"
"ถ้า Demon's Souls หรือ Dark Souls เปรียบเสมือนภาพยนตร์เรื่อง Citizen Kane ล่ะก็ เราก็ไม่ได้พยายามจะสร้าง Citizen Kane ขึ้นมาอีกครั้ง เรากำลังพยายามสร้างภาพยนตร์ในแนวเดียวกัน และเราเป็นเกมแรกที่ถูกเรียกว่าเกมแนวโซล ซึ่งผมเดาว่ามันก็เหมือนเป็นคำชมที่ฟังดูจิกกัดน่ะ ว่าไหม เราเป็นเกมที่คล้ายกับเกมโซล
"มันคือการยอมรับความจริงว่าเรากำลังทำงานอยู่ในแวดวงที่มีมาตรฐานระดับทองคำอยู่แล้ว และนั่นก็ได้สร้างความคาดหวังบางอย่างขึ้นมา
"แต่ความคาดหวังเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาพลิกแพลงได้เช่นกัน ซึ่งเราพยายามที่จะฉีกกรอบเดิมๆ อยู่บ้าง นั่นคือเหตุผลที่เรามี Umbral การเดินทางข้ามมิติ กลไกทั้งหมดนั้นทั้งในทางเทคนิคและในเชิงการเล่าเรื่อง มันคือการตีความใหม่ในแบบของเรา
"ดังนั้น ก็เรียกได้ว่ามันเป็นทั้งของขวัญและคำสาปในเวลาเดียวกัน เพราะแน่นอนว่า FromSoftware ได้มอบกรอบบางอย่างให้กับเราว่าแฟนๆ คาดหวังอะไรจากเกมเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องสร้างพื้นที่ที่เป็นของเราเอง ประทับตราความเป็นตัวตนของเราลงไป มอบอัตลักษณ์ของเราเองให้กับมัน ซึ่งผมคิดว่าโดยเฉพาะกับเกมภาคสองนี้ มันคือช่วงเวลาที่เราจะพยายามทำสิ่งนั้นอย่างแท้จริง
"ผมคิดว่ามันก็เหมือนกับการเล่าเรื่องที่โตขึ้น กล้าได้กล้าเสีย และกล้าหาญขึ้น ซึ่งเรากำลังทำในสิ่งที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่ FromSoftware หรือคู่แข่งรายอื่นๆ ทำอยู่"
คุณสามารถดู Lords of the Fallen II บน Epic Games Store ได้ที่นี่

