ข่าว

People of Note เป็นเกม RPG ที่เฉลิมฉลองทุกๆ ด้านของดนตรี

P
Paul Cecchini
23 เม.ย. 2569

แวบแรกที่ได้เห็น People of Note คุณอาจจะไม่แน่ใจว่านี่คือเกมแนวไหน ตัวละครสีสันสดใสโลดแล่นไปในโลกแฟนตาซี เข้าร่วมการต่อสู้แบบผลัดกันเล่นที่ผสมผสานกับเกมเพลย์แบบจับจังหวะราวกับหลุดออกมาจาก Elite Beat Agents และยังได้ขับขานบทเพลงสไตล์บรอดเวย์ราวกับอยู่ในภาพยนตร์แอนิเมชันของ Disney แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ People of Note นั้นเน้นหนักไปที่ดนตรี

ไม่แปลกใจเลยที่ได้รู้ว่า Jason Wishnov ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับศิลป์ ผู้พัฒนา และผู้ก่อตั้ง Iridium Studios สมัยเรียนเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงด้านละครเวทีที่เคยดูมิวสิคัลมาแล้วมากมาย "แนวคิดในการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงนั้นแพร่หลายในวัฒนธรรมในหลายรูปแบบ แต่ไม่มีในเกมเลย" เขากล่าว "ผมคิดว่า 'ผมอยากลองทำดูจริงๆ'"

People Of Note 1เพื่อทำให้สำเร็จ Wishnov ต้องการเกมแนวที่ทั้งคุ้นเคยและเข้ากันได้ดีกับวิสัยทัศน์ทางดนตรีของเขา "เด็กๆ หลายแสนคนโตมากับการดาวน์โหลด RPG Maker เพื่อสร้างเกม Final Fantasy หรือ Chrono Trigger ในแบบของตัวเอง ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น" เขากล่าว โดยอ้างถึง Final Fantasy, Chrono Cross และ The World Ends with You ว่าเป็นเกมที่ให้แรงบันดาลใจเขา "ผมจะนำสองส่วนนี้ในตัวผม ซึ่งก็คือแฟนเกม Final Fantasy ตัวยงและเด็กละครเวทีมารวมกันให้กลายเป็นสุดยอดการผจญภัยอันบ้าระห่ำได้ไหมนะ"

People of Note จะติดตามเรื่องราวของตัวเอก Cadence ซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องเพลงป็อป หลังจากถูกปฏิเสธจากเวทีประกวดร้องเพลงระดับโลก เพราะกรรมการไม่ชอบการแสดงเดี่ยว เธอจึงออกเดินทางค้นหาสมาชิกวงดนตรีที่เชี่ยวชาญดนตรีหลากหลายแนว เพื่อเติมเต็มการแสดงของเธอ ในไม่ช้า เธอและทีมที่เพิ่งค้นพบก็ต้องเข้าไปพัวพันกับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อหยุดยั้ง Harmonic Convergence อันลึกลับไม่ให้ทำลายโลกของพวกเขา

จริงๆ แล้ว Harmonic Convergence ก็ไม่ต้องพยายามมากนัก เพราะโลก Note นั้นเปี่ยมไปด้วยความวุ่นวาย ดนตรีสอดแทรกอยู่ในทุกๆ ด้านของสังคม แต่แทนที่จะทำให้ผู้คนปรองดองกัน ดนตรีกลับแบ่งแยกพวกเขา "ผมตัดสินใจให้ดนตรีทุกแนวเกมมีตัวแทนเป็นสังคมที่ค่อนข้างปิด" Wishnov กล่าว "วัฒนธรรมต่างๆ ไม่ค่อยมีการผสมผสานปะปนกันเท่าไหร่ แต่ในตอนแรก Cadence มีแนวคิดว่า 'ฉันจะรวมผู้คนกลุ่มต่างๆ เข้าด้วยกัน'"

People Of Note 2เมื่อเราพูดว่าดนตรีถูกผูกเข้ากับทุกแง่มุมของสังคม เราหมายถึงทุกแง่มุมจริงๆ ตั้งแต่ชื่อเมืองและร้านค้าไปจนถึงสิ่งมีชีวิตในโลก หากคุณชอบคำพ้องเสียงเกี่ยวกับดนตรี ก็เตรียมตัวได้เลย เพราะเราจัดเต็มสุดๆ สกุลเงินที่ใช้ในโลกคือ Groove ซึ่งมีจุดหนึ่งที่จะมีคนขโมยไปจากคุณ ทำให้คุณต้องตามหา Groove ของคุณ ผู้คนอัปโหลดวิดีโอขึ้น YouTuba คุณอาจต้องต่อสู้กับ Orcarina ที่ Choral Reef หรือ Weird Owl ที่ Acapellago แล้วถ้าคุณรวม Corgi กับ Accordion เข้าด้วยกันล่ะ คุณอาจตอบได้เอง แต่มันน่ารักอย่างที่คุณคิดไว้แน่ และแน่นอน คุณลูบหัวมันได้ "ผมเปิดเอกสารบน Google และพิมพ์คำพ้องเพี้ยนๆ ที่ผมคิดออก" Wishnov กล่าว "ในเกมมีหลายร้อยคำเลย มีอีกหลายร้อยคำที่ไม่ได้ใช้ ผมเสียดายที่ไม่ได้เพิ่ม Florist + the Machine เข้าไปในเกม Macaroon Five ด้วย" เขาหัวเราะ "แต่ผมมีไฟล์เอกสารอยู่ทั้งไฟล์ ไว้คราวหน้า..."

ในฐานะเกมที่เฉลิมฉลองดนตรีในทุกรูปแบบ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เห็นแนวเพลงที่หลากหลายในเกม ทั้งป็อป ร็อก คันทรี อีดีเอ็ม แร็ป หรือแม้แต่เซลติก ถ้า Wishnov ไม่คุ้นเคยกับแนวไหน เขาก็อาศัยความเชี่ยวชาญของเพื่อนร่วมทีมได้ "เราประชุมเรื่องนี้กัน" เขากล่าว "'บอกเราหน่อยสิว่าคุณคิดว่าประเทศแบบนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร มีแง่มุมอะไรบ้าง และลวดลายกับของตกแต่งแบบไหนที่คุณคาดว่าจะได้เห็นในประเทศที่สร้างขึ้นจากแนวเพลง'" เราใช้เวลา ค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียด และติดต่อหาคนที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์แนวเพลงเหล่านั้นออกมาได้อย่างคู่ควร ไม่ว่าคุณจะชอบแนวเพลงแบบไหน ผมอยากให้คุณรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นสะท้อนถึงตัวคุณ เมื่อคุณได้ไปในพื้นที่นั้นหรือพบเจอกับวัฒนธรรมนั้น คุณควรรู้สึกว่ามันเหมาะสมกับแนวเพลง"

People Of Note 3กลิ่นอายทางดนตรีนี้ถูกนำมาใช้ในการต่อสู้แบบผลัดกันเล่นของเกม ลำดับการออกคำสั่งต่อสู้จะแสดงเป็นโน้ตดนตรีบนบรรทัดห้าเส้นพร้อมเครื่องหมายกำหนดจังหวะ การโจมตีทั้งหมดจะอิงตามดนตรี และคุณสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่ศัตรูได้ด้วยการกดปุ่มตามจังหวะ คุณไม่ต้องจัดการพลังชีวิตและคลังสิ่งของระหว่างการต่อสู้แต่ละครั้ง เพราะการต่อสู้จะเป็นอิสระจากกัน Wishnov กล่าวว่า "ผมเป็นแฟนตัวยงของหมากรุก ผมจึงอยากให้การต่อสู้แต่ละครั้งให้ความรู้สึกเหมือนเป็นปริศนาหมากรุกขนาดย่อม ผมอยากเพิ่มความลึกซึ้งเชิงกลยุทธ์ในการต่อสู้ โดยการให้ผู้เล่นสามารถเลือกลำดับการออกคำสั่งได้เอง และมีความสามารถและเอฟเฟกต์ให้ใช้มากมาย ทุกอย่างเป็นธีมดนตรี แต่ผมก็อยากให้เกมเป็นประสบการณ์เชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งและเข้มข้นสำหรับผู้เล่นเกม RPG ตัวยงที่อาจจะเข้ามาเล่นโดยเข้าใจผิดนิดหน่อยว่า 'โอ้ นี่มันแค่เกมดนตรี ไม่น่าจะลึกซึ้งอะไรมาก แค่เกมชิลล์ๆ ง่ายๆ เท่านั้นเอง' ไม่เลย นี่คือของจริง เกมนี้เริ่มต้นง่ายๆ แต่ความท้าทายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งเกม"

เกม RPG จะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีดันเจี้ยนให้สำรวจ แต่ People of Note มีอะไรมากกว่าแผนที่ทั่วๆ ไปอย่างป่าและถ้ำที่พบบ่อยในเกมแนวนี้ และยังมีฉากดันเจี้ยนที่ทันสมัยและไม่เหมือนใครอีกด้วย อย่างเช่น ไนต์คลับที่คุณต้องใช้สวิตช์เพื่อหมุนฟลอร์เต้นรำ เพื่อให้เหล่านักเต้นที่ขวางทางเคลื่อนที่ออกไป แล้วคุณจะเข้าไปในห้องที่พวกเขาปิดกั้นอยู่ได้ มีปริศนากระจายอยู่ทั่ว ที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นได้ฝึกสมองโดยไม่ยากมากเกินไป และถ้าคุณไม่ใช่คอเกมปริศนา เกมก็พร้อมช่วยคุณ "ผู้เล่นที่ชื่นชอบเกม RPG หรือแนวดนตรี อาจจะไม่ค่อยชอบปริศนาลับสมองซักเท่าไหร่ ถ้าพวกเขาอยากเน้นไปที่การฟังเพลง หรือต่อสู้กับวายร้าย" Wishnov กล่าว "ในเกมของเรา คุณสามารถข้ามปริศนาได้เลย คุณสามารถเปิดปิดการตั้งค่าระหว่างเล่นเกมได้"

ใน People of Note การตัดสินใจของผู้เล่นคือหัวใจสำคัญของเกม สนใจปริศนาของเกม แต่ไม่อยากต่อสู้ใช่ไหม ปิดการต่อสู้ได้เลย อยากดื่มด่ำกับองค์ประกอบด้านดนตรีในเกม แต่ไม่ถนัดเกมแนวจับจังหวะเหรอ ปิดได้เลย ผู้เล่นสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์องค์ประกอบการเล่นเกมที่ถูกใจ หรือสลับเปลี่ยนได้กลางเกมตามอารมณ์ในตอนนั้น

People Of Note 3อาจกล่าวได้ว่าจุดเด่นของเกม People of Note คือเพลงประกอบในเกม ในช่วงเวลาสำคัญของการดำเนินเรื่อง เกมจะตัดเข้าสู่คัตซีนแอนิเมชันเต็มรูปแบบที่ตัวละครจะร้องเพลง การสร้างสรรค์ช่วงเวลาเหล่านี้ให้มีชีวิตชีวาถือเป็นความท้าทายที่โดดเด่นสำหรับนักพัฒนาที่ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการพัฒนาเกมไปสู่ความเป็นละครเวทีมากขึ้น "ในปี 2024 ทีมงานของเราน่าจะทุ่มเทกว่าครึ่งไปกับการสร้างฉากเพลงเหล่านี้" Wishnov กล่าว ซึ่งนอกจากเขาจะเป็นหัวหน้านักเขียนบทของเกมแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นนักแต่งเพลงร่วมกับ Jason Charles Miller หัวหน้าผู้ประพันธ์เพลงอีกด้วย เมื่อจัดทำเนื้อร้องและท่วงทำนองเพลงเสร็จแล้ว พวกเขาจะส่งต่อไปให้นักออกแบบสตอรีบอร์ดของเกมเพื่อวางแผนการเคลื่อนไหวและการจัดองค์ประกอบฉาก จากนั้นก็ใช้โมชันแคปเจอร์มาจัดการเรื่องท่าเต้น ซึ่งโดยทั่วไปเป็นงานที่ใช้งบประมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตูดิโออินดี้ โชคดีที่ Wishnov สามารถหาระบบที่ค่อนข้างประหยัดได้ และนำความรู้ด้านมิวสิคัลของเขามาใช้ โดยการลงมือทำงานจับการเคลื่อนไหวด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้อย่างมาก ในที่สุด ข้อมูลโมชันแคปเจอร์ที่บันทึกไว้ก็ถูกส่งต่อไปยังนักออกแบบแอนิเมชัน ศิลปินด้านจัดแสง และผู้ควบคุมกล้องเสมือนจริงของเกมเพื่อเก็บงานต่อ "มันเป็นกระบวนการที่ใหญ่และซับซ้อนมาก" Wishnov กล่าว "และผมหวังว่าฉากเพลงเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและผลงานอันน่าทึ่งที่เราได้รวบรวมมา เพราะนี่เป็นความพยายามครั้งใหญ่จริงๆ เกมนี้สามารถสร้างออกมาอย่างที่เห็นโดยไม่จำเป็นต้องมีเพลงเหล่านี้ก็ได้ แต่ผมคิดว่าช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ตระการตาแบบนั้นแหละที่น่าจดจำ และช่วยยกระดับจังหวะไคลแม็กซ์ทางอารมณ์ของเรื่องได้จริงๆ ไม่ได้จะตำหนิเกมที่ไม่มีเพลงนะ แต่ผมคิดว่าการที่รูปแบบการเล่าเรื่องแบบนี้ยังคงอยู่และประสบความสำเร็จในสื่อต่างๆ ก็เพราะมันใช้ได้ผลจริง มันเข้าถึงความรู้สึกของผู้ชมได้"

แน่นอนว่า ท่วงทำนองที่ติดหูที่สุดและอนิเมชันตัวละครที่เปี่ยมอารมณ์จะไม่สมบูรณ์ หากขาดนักพากย์เก่งๆ มาช่วยเสริม สำหรับ People of Note ไม่ได้หมายความว่าต้องนักพากย์ที่มีฝีมือมาสวมบทตัวละครเท่านั้น แต่ยังต้องหานักร้องด้วย "เราต้องการให้นักแสดงหลักของเรามีฝีมือมากๆ" Wishnov กล่าว "ผมอยากให้การแสดงดนตรีเหล่านี้มีคุณภาพระดับบรอดเวย์ในด้านการร้องเพลง" นักพากย์บางคนรับหน้าที่ควบสองบทบาท ขณะที่บทบาทอื่นๆ แบ่งออกเป็นการพากย์เสียงและร้องเพลง ตัวอย่างเช่น Jason Charles Miller หัวหน้านักแต่งเพลง รับหน้าที่ให้เสียงและขับร้องสำหรับ Fret มือกีตาร์ขี้เบื่อของทีม ศิลปินบรอดเวย์ Alex Boniello ก็รับบทเป็นตัวละคร Arc ด้วยเช่นกัน ส่วนตัวเอกของเกม Cadence นั้นพากย์เสียงโดย Heather Gonzalez และ ให้มีศิลปิน LEXXE ขับร้องให้ "นี่เป็นเรื่องยาก เพราะคุณอยากให้เป็นคนเดิมเพื่อความสอดคล้องกัน" Wishnov กล่าว "แต่ถ้ามองจากมุมดนตรีแล้ว เราก็จะคิดว่า 'โอ้ เราอยากได้เสียงระดับนี้ คุณภาพเสียงแบบนี้ รวมถึงวิธีการร้องที่เป็นเอกลักษณ์'" ตอนที่ผมคัดตัว ผมลำบากใจมาก เพราะในการออดิชันครั้งหนึ่ง ผมได้ยินเสียงร้องที่เหลือเชื่อที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา และอีกออดิชันหนึ่ง ผมก็ได้ยินการแสดงที่เหลือเชื่อที่สุดเท่าที่เคยพบมา ผมไม่อยากแยกนักแสดง แต่ผมก็กลับไปดูหนังยุค 90 บางเรื่อง อย่าง Hercules คนที่ร้องเพลงกับแสดงเป็นคนละคนกันเลย เสียงคนเราก็แตกต่างอยู่แล้วตอนร้องเพลงกับตอนพูด ผมว่าผู้คนก็คาดหวังระดับหนึ่งนะ ขอแค่ให้มันใกล้เคียงกันก็พอ"

People Of Note 5ไม่ว่าจะแสดง ร้องเพลง หรือทำทั้งสองอย่าง เป้าหมายของนักแสดงจะเหมือนกัน คือการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับตัวละคร" ผมภูมิใจในนักพากย์เสียง การแสดง และเพลงของเรา" Wishnov กล่าว "ผมจะไม่บอกว่าน้ำตาซึมนะ แต่ก็รู้สึกตื้นตันมากตอนที่ได้ยินคนอื่นถ่ายทอดให้มีชีวิตขึ้นมาในแบบที่ผมไม่เคยจินตนาการไว้ เพราะพวกเขาใส่มุมมองและบุคลิกของตัวเองลงไปในคำพูดเหล่านั้นเวลาที่เรามีบทพูด โดยทั่วไปคือเราจะอัดสองเทคติดกัน ผมมักจะบอกพวกเขาว่าเทคแรกให้พากย์แบบคนปกติ แบบเป็นธรรมชาติไปก่อน จากนั้นเทคที่สองให้ใส่เพิ่มขึ้นอีกนิด กล้าตัดสินใจ ลองทำอะไรที่ต่างออกไป สุดท้ายผมเลือกใช้เทคที่สองบ่อยกว่า หรือบางครั้งพอได้ยินเทคที่สองก็จะบอกว่า 'เอาแบบนี้แหละ แต่ใส่เพิ่มเข้าไปอีก' มันเหมือนมีชีวิตของมันเองขึ้นมา ผมชอบตัวเลือกที่พวกเขาทำมากเลย"

แต่ก็มีคำถามหนึ่งที่ใครๆ ก็สงสัยนะ ในฐานะอดีตเด็กกิจกรรมละครเวทีและนักพากย์มืออาชีพ Wishnov มีผลงานในเกมบ้างไหม

"ผมมีหลายบทบาทอยู่" เขากล่าว "ขอออกตัวก่อนเลยนะว่าผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักร้องที่เก่งพอจะรับบทสำคัญๆ ได้ เราอยากทำให้เพลงเหล่านี้ออกมาดีมากๆ นักร้องระดับที่เราร่วมงานด้วยในเกมนี้เก่งกว่าผม ผมคิดว่าผมร้องเพลงได้ดีนะ ผมไม่อยากเปิดเผยอะไรมากนัก แต่บางทีคุณอาจจะได้ยินเสียงผมในเครดิตตอนเล่นเกมจบก็ได้นะ ผมเป็นนักร้องแนว "ร้องปิดท้าย" น่ะ"

หวังว่าเมื่อเกมจบ ผู้เล่นจะได้เห็นและซาบซึ้งไปกับความเป็นไปได้ของเกมดนตรีสมัยใหม่

"ถ้าคุณมีดนตรีอยู่ในหัวใจ ชื่นชอบหลายๆ แนวมาผสมรวมกัน หรือชอบเล่นเกม Final Fantasy สุดคลาสสิกที่ให้อารมณ์เหมือนยุค PS1 แต่ถูกนำมาเล่าใหม่ในมุมมองที่ทันสมัย ลองเล่น People of Note เลย" Wishnov กล่าว "คุณจะต้องรักเกมนี้แน่ๆ"

People of Note พร้อมให้เล่นแล้ววันนี้ที่ Epic Games Store