
ข่าว
Vengeance of Mr. Peppermint ปลุกภาพยนตร์อาชญากรรมสัญชาติเกาหลีและฮ่องกงให้กลับมาอีกครั้ง
M
Matt Paprocki
หากมีส่วนที่คุณรู้สึกคุ้นเคย นั่นก็เป็นเพราะ Vengeance of Mr. Peppermint ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอ็กชันสุดขั้วในสัญชาติเกาหลีและฮ่องกงหลากหลายเรื่อง ตัวเกมมีการอิงถึงเนื้อหาแนวนี้อย่างกว้างขวางแพร่หลาย แม้จะดำเนินเรื่องในระนาบสองมิติก็ตาม

เป็นวิธีจำลองสไตล์การต่อสู้ในภาพยนตร์ที่ชาญฉลาด อย่างการยึดตามภาพยนตร์หลายเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Vengeance of Mr. Peppermint ที่เหล่าอันธพาลหลายรายจะต้องพบกับจุดจบของชีวิตในจังหวะที่ดึงดันกันไปมาไร้จุดหมาย ทำได้แค่รอให้ถึงเวลา และมีเพียงเพื่อนพ้องแค่คนสองคนออกลุย Mr. Peppermint กลิ้งตัว ตอบโต้ ทุ่ม ต่อย และเตะชายใดก็ตามที่กล้ามาท้าทายเขา
ภาพยนตร์เน้นศิลปะการต่อสู้ของฮ่องกงกับเกาหลีนั้นมีฉากแอ็กชันที่ต่างจากฮอลลีวูดอย่างเด่นชัด สิ่งที่ Vengeance of Mr. Peppermint ทำได้ดีคือการเลียนแบบลีลาท่าบู๊จัดจ้านตามสไตล์ภาพยนตร์ที่เน้นศิลปะการต่อสู้ ท่วงท่าที่ถูกกำหนดมาขณะที่ตัวหลักของเรื่องสลับไปสู้ศัตรูหลายราย หรือกระทั่งการคว้าโคมไฟแล้วฟาดใส่หน้าพวกมัน Mr. Peppermint หยิบใช้เก้าอี้บาร์ มีด ไม้เบสบอล และปืน อะไรก็ได้ที่รูปร่างเหมือนอาวุธ หรืออะไรก็ตามที่นำมาใช้เป็นอาวุธได้
แถมบทพูดสุดระห่ำ (บางครั้งก็ดูเกินจริง) ยังเข้ากับสไตล์นี้ได้ดี Mr. Peppermint มักจะพูดคนเดียวหรือพูดกับภาพในหัว ตั้งคำถามถึงการกระทำของตัวเอง แต่ก็มักมีปัญหากับการก้าวข้ามสิ่งที่เขาเห็นว่าจำเป็นต้องทำเพื่อแก้แค้นให้น้องสาว ในตอนที่เขาต้องตอกกลับศัตรู คุณสามารถเลือกการโต้ตอบที่รุนแรง หรือบทพูดที่ให้ข้อมูลเรื่องความตายและโชคชะตาได้ เราขอเดาว่า Mr. Peppermint คงเคยดูหนังมาบ้างก่อนที่จะเดินหน้าสู่เส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่าเขายกคำพูดจากหนังมาพอสมควร

ภาพยนตร์ฮ่องกงในปลายยุค 80 และต้นยุค 90 นับเป็นยุคของตัวเอง การตกอยู่ในความมึนเมาของเหล้ายานับเป็นธีมหลักในช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษ พร้อมด้วยเหล่าศิษย์ที่ใช้วิชากังฟูมาล้างแค้นอาจารย์ของตน ศิลปะการต่อสู้ยังคงอยู่ แต่ภาพยนตร์แนวแอ็กชันของฮ่องกงเปลี่ยนมาโฟกัสที่นักสืบและตำรวจที่ดื่มหนักและสูบบุหรี่จัด
ในภาพยนตร์เรื่อง Hard Boiled ผลงานโจว วูในปี 1992 โจว เหวินฟะจับมือกับโทนี่ เหลียงเฉาเหว่ยในหนึ่งในภาพยนตร์แอ็กชันฮ่องกงชั้นนำ โจว เหวินฟะและโทนี่ เหลียงเฉาเหว่ย ตั้งมั่นจะจับแก๊งอาชญากร จึงออกยิงคลังสินค้าและตามท้องถนน แต่ฉากสุดท้ายในโรงพยาบาล หรือเจาะจงหน่อยคือสถานรับเลี้ยงเด็กในโรงพยาบาล กลับมีแรงกดดันมหาศาลที่ชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วน
ความกระวนกระวายตลอดเวลาของ Mr. Peppermint เองก็ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกัน ผ่านตัวเลือกว่าจะพักสูบบุหรี่เพื่อฟื้นค่าพลังชีวิตพร้อมพูดคุยกับศัตรูที่กำลังจะถูกสังหารไหม ความรุนแรงอยู่ใกล้ตัวเสมอ จะอยู่ที่ใดก็ไม่สำคัญ

The Killer เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์เก่าเปี่ยมเสน่ห์ผลงานโจว วูในปี 1989 ที่ได้โจว เหวินฟะรับบทเป็นมือสังหารที่กำลังทำงานชิ้นสุดท้าย ด้วยความตั้งใจว่าจะผดุงความยุติธรรม The Killer โฟกัสที่ความขัดแย้งแสนขมขื่นภายในตัวละครของโจว เหวินฟะ ธีมเดียวกันนี้ก็ปรากฏให้เห็นในตัว Mr. Peppermint นักสืบตัวเอกที่เคว้งคว้างหลงทาง ผู้ซึ่งถูกกักขังอยู่ในวังวนของความเจ็บปวดจากทางเลือกของตนเองและคนอื่น เช่นเดียวกับมือสังหารปลดระวางที่พยายามย้อนแก้ไขการกระทำของตน
ภาพยนตร์แนวนี้ถูกมองในแง่ลบอย่างรุนแรง กระทั่งการบู๊ตลกแบบฉบับเฉินหลงยังต้องเปลี่ยนไป ในปี 1993 เฉินหลงแสดงในเรื่องเล่าเหี้ยมโหดและเฉยเมยเป็นพิเศษอย่าง Crime Story ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับสายลับพิเศษซึ่งปกป้องเจ้าของธุรกิจอู้ฟู่ จนกระทั่งเรื่องราวพลิกผันไปยังเหยื่อ Crime Story เป็นเรื่องที่เฉินหลงรับบทบาทที่จริงจังเคร่งขรึมที่สุดแล้วในชีวิต การได้เห็นเฉินหลงฟาดฟันด้วยความโกรธแทนการแสดงโลดโผนดูเข้าคู่ได้ดีกับ Mr. Peppermint ผู้มีความสุขุมกว่า ซึ่งแม้ว่าตัวเกมจะเด่นหราไปด้วยคอมโบท่าบู๊อลังการ แต่เนื้อหาก็ไม่ได้เน้นความหวือหวาเท่าการเชือดเฉือน Mr. Peppermint ไม่กระโดดด้วยซ้ำ และยืนอย่างมั่นคงบนพื้นในความหมายตามตัวที่สุด
เข้าสู่ช่วงยุคปี 2000 ฉากต่อสู้เริ่มสูญเสียความงดงามของท่าทางที่ได้รับการออกแบบ (บ้างก็หายไปจนเกลี้ยง) และหันมาเน้นความรุนแรง เลือดสาดกระจาย และการทรมานจนเกินควร จนในปี 2003 ก็มี Oldboy ที่เปลี่ยนแนวของหนังประเภทนี้ไปตลอดการ

หากต้องบอกชื่อภาพยนตร์แค่เรื่องเดียวที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Vengeance of Mr. Peppermint ภาพยนตร์เรื่องนั้นก็คือ Oldboy แม้ท้ายที่สุดตัวหนังจะถูกรีเมคให้เหมาะกับผู้ชมชาวอเมริกัน แต่เรื่องราวต้นฉบับจากเกาหลีนั้นก็มีความเหี้ยมโหด รุนแรง และทารุณอย่างไม่ลดละ กระทั่งเป็นภาพยนตร์ล้างแค้นที่ชวนรู้สึกกระอักกระอ่วนก็ว่าได้ ตัวหลักของ Oldboy โอแดซู (แสดงโดยชเวมินชิก) ได้รับการปลดปล่อยจากการจำคุกที่ยืดเยื้อและทารุณ และตั้งใจออกเดินทางเพื่อลงทัณฑ์คนที่กักขังเขาไว้
แม้จะมีเหตุผลเบื้องหลังการบู๊เลือดสาดที่ต่างกัน แต่ทั้ง Mr. Peppermint และแดซูก็ทิ่มแทง ทุบตี และทำร้ายผู้คนด้วยความรุนแรงแบบไม่ปรานีเพื่อสนองต่อความกระหายเลือดอันโหดเหี้ยม เรื่องราวทั้งสองยังนำเอาปัจจัยเรื่องเวลาที่จำกัดมาใช้ด้วย Mr. Peppermint จะต้องฆ่าผู้กระทำความผิดให้ทันก่อนที่ตัวเองจะสติแตก ส่วนเดซูก็มีเวลาเพียงห้าวันในการที่จะตามล่าคนที่กักขังเขาไว้
Nameless Gangster ในปี 2012 ซึ่งนำแสดงโดยชเวมินชิกเป็นภาพยนตร์ที่แตกต่างจาก Oldboy ตรงที่มินชิกรับบทเป็นนายตำรวจฉ้อโกงที่ต่อต้านรัฐบาล เข้าร่วมแก๊งชาวเกาหลี และขึ้นยึดครองเมือง และอย่างที่คุณคาดไว้ ทุกการกระทำของเขามาพร้อมความรุนแรง มีหลากหลายบทพูดที่ออกแบบอย่างประณีตและคงคาแร็คเตอร์ใน Nameless Gangster ซึ่ง Mr. Peppermint เองก็เลียนแบบและนำมาใช้ในช่วงพักจากฉากบู๊ ซึ่งมักเป็นตอนที่สูบบุหรี่ เพราะ Vengeance of Mr. Peppermint เต็มไปด้วยควันฟุ้ง อย่างมาก

สังคมมักจะกำลังล่มสลายในภาพยนตร์ประเภทนี้ ความยากจนคือแก่นของเรื่อง หลายเรื่องดำเนินเนื้อเรื่องในสลัม ตามผนังเบาที่ผุกร่อนและระบบทำความเย็นที่รั่วซึม ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมอึดอัดจนไม่อาจหายใจได้ จึงไม่น่าแปลกใจสถานที่ประจำด่านแรกๆ ในเกม Mr. Peppermint ซึ่งเป็นโถงทางเดินในอะพาร์ตเมนต์แสนสกปรกจะสะท้อนถึงภาพลักษณ์แนวนี้
คนที่เคยดูเดนเซล วอชิงตันในภาพยนตร์สัญชาติอเมริกัน John Q จะเข้าใจเรื่องย่อคร่าวๆ ของ Sympathy for Mr. Vengeance ในปี 2002 ริว (ชินฮาคยุน) ถูกไล่ออกจากงาน และดิ้นรนหาทางจ่ายค่าผ่าตัดปลูกถ่ายไตของพี่สาว เขาลักพาตัวหญิงสาวและวางแผนว่าจะใช้เงินค่าไถ่ในการจ่ายค่าผ่าตัด ริวไม่เหมือน John Q ตรงที่เขาเลือกสร้างบาดแผลให้คนอื่นเพื่อเอาตัวรอดจากสู่สถานที่รกร้างหลากหลายแห่ง เช่นเดียวกับ Mr. Peppermint ที่ใช้ไม้เบสบอลฟาดเข่าศัตรู แล้วฟาดหน้าศัตรูจนแหลกไม่มีชิ้นดีหลายต่อหลายครั้งขณะที่อีกฝั่งกำลังร้องขอชีวิต
เพื่อไม่ให้สับสนกับภาพยนตร์เบิร์ต เรย์โนลส์สัญชาติอเมริกันในช่วงต้นยุค 80 ความเกี่ยวเนื่องของ Mr. Peppermint กับภาพยนตร์เกาหลี Rough Cut ปี 2008 ขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่องชวนปวดใจ Rough Cut เป็นเรื่องของอันธพาลผู้อยากเป็นนักแสดง และนักแสดงที่อยากเป็นอันธพาล จนกลายมาเป็นการแข่งขันที่แปลก (จนแทบไม่น่าเชื่อ) ความเคลือบแคลงจากทั้งสองฝ่ายนำมาสู่การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าเต็มไปด้วยการใช้กำลังแบบไม่กั๊ก ภาวะความสับสนทางศีลธรรมที่คล้ายๆ กันก็แฝงอยู่ในบทพูดของ Mr. Peppermint เมื่อเขาสงสัยในเจตนาและการกระทำของตน ภาพในหัวของเขากลายเป็นจริง และพยายามนำทางเขาไปสู่การใช้ชีวิตที่เลือดเย็นน้อยลง แต่เขาปฏิเสธ

ภาพยนตร์ปี 2010 ที่ถูกคณะกรรมการจัดเรตสื่อบันเทิงของฮ่องกงเซ็นเซอร์อย่าง I Saw the Devil เล่าเรื่องราวของคนขับรถแท็กซี่ที่ฆ่าภรรยาของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี คิมซูฮยอน (แสดงโดยอีบยองฮุน) ขณะกำลังตามหาผู้กระทำผิด ซูฮยอนก็ทำร้ายชายคนหนึ่งอย่างไม่ลดละ ก่อนที่จะปล่อยเขาไปเพื่อตามล่าต่อ
I Saw the Devil มีการทารุณชวนสยองอย่างเปิดเผย และ Mr. Peppermint เองก็เช่นกัน ศัตรูของเขาจากโลกไปในแบบที่ชวนสยดสยอง และมักจะร้องขอให้เขาไว้ชีวิต Mr. Peppermint ก็แค่ไม่รู้วิธีปล่อยวางความเคียดแค้นในใจ อันที่จริง เขาจะมีแรงขึ้นอีกมากจนเติมเต็มหลอดพลังความบ้าระห่ำและปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบของการใช้กำลัง
ถ้าการที่ Mr. Peppermint เอาสมุนอันธพาลระดับล่างมาเสียบไว้กับตะขอเกี่ยวเนื้อนั้นดูโหดร้ายเป็นพิเศษล่ะก็ ลองดู The Man from Nowhere จากปี 2010 ได้นะ ภาพสังคมอันชั่วร้ายของภาพยนตร์นั้นเต็มไปด้วยบทพูดสะเทือนอารมณ์และเลือดที่พุ่งกระจายสูงขึ้นฟ้า ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษที่เกษียณไปแล้วเข้าจับกุมกลุ่มนักเลงค้ายา (และอวัยวะ) เพื่อช่วยเหลือเด็กคนหนึ่ง สารหลักและอารมณ์ของบทพูดสื่อถึงความขัดแย้งภายในใจ Mr. Peppermint แม้ว่าเขาจะรู้สึกมืดแปดด้านยิ่งกว่าวอนบินที่แสดงนำใน The Man from Nowhere ก็ตาม
ท้ายที่สุด ยังมีวิธีลองลิ้มรสเนื้อหาแนวนี้ (รวมถึงภาพยนตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Vengeance of Mr. Peppermint) ถ้าคุณไม่อยากอ่านซับหรือดูหนังพากย์ เรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง Kill Bill เองก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอ็กชันของเอเชีย ทั้งเรื่องใหม่และเก่า อูมา เธอร์แมนแสดงนำในบท The Bride และนำความเชี่ยวชาญด้านการใช้กำลังของหนังฮ่องกงให้ไปไกลสู่สหรัฐผ่านการกำกับของเควนติน แทแรนติโน
แน่นอนว่าการใช้หลากหลายอาวุธสร้างความโกลาหลของ Mr. Peppermint ได้หยิบเอาส่วนที่ป่าเถื่อนที่สุดของ Kill Bill มาใช้ และตัวละครทั้งสองต่างหาทางแก้แค้นให้คนรักที่จากไป การทะเลาะวิวาทแบบเลือดสาดที่กำหนดท่วงท่ามาแล้วนั้นโผล่มาใน Vengeance of Mr. Peppermint เพื่อสร้างโฟลว์และชวนให้ผู้ชมรู้สึกได้เมื่อเห็นใบมีดเฉือนผ่านเนื้อ การสู้บอสนักดาบใส่หน้ากากในเกมก็ยิ่งตอกย้ำการอิงผลงานคลาสสิกของแทแรนติโน
พบกับ Vengeance of Mr. Peppermint ได้ที่ Epic Games Store